สำคัญที่สุดคือ ข้าขาดความอัศจรรย์พื้นฐานของเพลิงบนสวรรค์หากไม่เช่นนั้น ย่อมไร้ซึ่งข้อจำกัดเรื่องจำนวนกฎ น่าเสียดายอย่างยิ่ง”
ลวี่หยางถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะยกมือชี้ออกไป
แสงเพลิงพลันปะทุ กฎทั้งมวลสลายหายไปสิ้น ก่อนที่กฎใหม่จะปรากฏขึ้นว่า
【ผู้ที่หลบหนีกลางศึกสมควรที่จะได้รับโทษหนัก】
วินาทีถัดมา โพธิสัตว์หลงเซ่อผานอิ๋งที่กำลังเร่งรุดหลบหนีก็หยุดชะงักการเคลื่อนไหวในทันที เห็นได้ชัดว่าเขาได้เตรียมตัวไว้ก่อน จึงมิได้ดึงดูดโทษทัณฑ์เพลิงสวรรค์เผาผลาญลงมา
ลวี่หยางรีบเร่งรุดตามทันที ทว่าโพธิสัตว์หลงเซ่อผานอิ๋งกลับฉลาดขึ้น ครานี้เขามิได้หลบหนีไปไกล แต่กลับเลือกจะต่อสู้พลางถอยพลาง มือหนึ่งโต้กลับกับลวี่หยาง อีกมือหนึ่งดึงรั้งตนให้ถอยห่างออกไป รักษาระยะไม่ให้ถูกติดตามแนบชิด อย่างชัดแจ้งว่าเขากำลังใช้ช่องโหว่ของกฎ หวังยืดการต่อสู้ออกไปจนกว่าลวี่หยางจะร่วงหล่นจากตำแหน่งเจินจวิน
ยอมรับได้เพียงว่า นี่คือกลยุทธ์ที่ถูกต้องยิ่งนัก
เพียงครู่หนึ่ง ลวี่หยางก็สงบนิ่ง หยัดยืนมั่น แล้ววาดเขียนกฎข้อที่สองขึ้นมา
【พบราชันย์มิได้ต้อนรับสมควรที่จะได้รับโทษหนัก】
“ตูม!” เสียงคำรามสะเทือนฟ้า พลันดังก้องกังวาน
เพลิงสวรรค์หวนกลับมาอีกครา โพธิสัตว์หลงเซ่อผานอิ๋งมิอาจหลบพ้นลวี่หยางได้อยู่แล้ว ไฉนเลยจะยอมออกมาต้อนรับได้ จึงทำได้เพียงกัดฟันทนรับเพลิงสวรรค์ลงโทษใส่ร่างเต็มที่
ทว่าถึงแม้เปลวเพลิงสวรรค์เผาผลาญทั่วกาย ส่งเสียง