ดวงอาทิตย์และจันทราส่องประกายพร้อมกัน หมู่ดาวพรั่งพร้อมเรืองรอง ล้วนรายล้อมเงาร่างของลวี่หยาง
ชั่วขณะนั้น สรรพเสียงทั้งปวงเงียบสงัด ลวี่หยางยืนนิ่งประสานมือ มิได้เอื้อนเอ่ยสักคำ หากทว่าเหมือนเหยียบยืนอยู่เหนือฟ้าและดินทั้งผืน กลายเป็นหนึ่งเดียวในโลก ณ ปัจจุบัน
ใต้หล้านี้ มิได้มีผู้ใดบำเพ็ญเพียร[เพลิงบนสวรรค์]
แต่เพียงยามนี้ ทั้ง[ตะเกียงดับแสง] [เพลิงใต้บรรพต] [เพลิงบนยอดเขา] [อัคคีในเตาหลอม] [เพลิงอสนีบาต]… เหล่าเจินเหรินวางรากฐาน และเหล่าผู้บำเพ็ญเพียรระดับรวมลมปราณทั่วทั้งใต้หล้าที่บำเพ็ญเพียรตำแหน่งมรรคผลธาตุไฟอื่นทั้งหมดก็อดที่จะหมอบกราบลงกับพื้นมิได้ หัวเข่ากระแทกพื้น กราบโขกศีรษะเบื้องหน้าเงาร่างบนฟากฟ้าที่สูงสุดนั้น!
เพลิงบนสวรรค์คือผู้สูงสุดแห่งธาตุไฟ
ทั้งยังเป็นปราณแห่งจักรพรรดิ ภาพลักษณ์แห่งการปกครองใต้หล้า ย่อมเผด็จการอย่างหาที่เปรียบมิได้ มองตำแหน่งมรรคผลธาตุไฟที่เหลือเป็นดั่งข้าราชบริพาร บังคับเกณฑ์มาโดยตรง
ผู้บำเพ็ญแห่งธาตุไฟทั้งใต้หล้า ล้วนคือผู้ที่ค้ำจุนให้มัน!
ความเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ ทำให้โพธิสัตว์หลงเซ่อผานอิ๋งที่มั่นใจเต็มเปี่ยมเมื่อครู่ถึงกับแข็งค้างอยู่ ณ ที่เดิม ในมือถืออยู่กับคัมภีร์รับสุริยันพลิกผันเปลี่ยนรูปลักษณ์ความอัศจรรย์ไม่หยุด
แต่ทว่า เปลี่ยนแปลงมิได้
หมื่นจำแลงของเขา ท้ายที่สุดก็เป็นเพียงตำแหน่งมรรคผลนอกรีตจะเปลี่ยนแปรเช่นไร ก็ไม่อาจสร้างสิ่งที่หักล้า