ก้อนใหญ่กระแทกรถบันไดดังสนั่น เคราะห์ร้ายที่ตัวรถเพียงสั่นสะเทือนแต่ไม่พังทลายลง
“บัดซบ!”
เฟิงจี้สิงยกดาบในมือขึ้นก่อนกระโดดลงไปกลางวงล้อมของอสูรเกราะ ทันใดนั้นปราณยุทธ์พวยพุ่งรอบกายอย่างบ้าคลั่ง ดาบสะบั้นวาโยตวัดออกไปก่อนทรายอัคนีหลอมทองจะตัดร่างของเหล่าอสูรเกราะเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย หมาป่าเปลวอัสนีม่วงคำรามกึกก้องขณะที่เขากลิ้งตัวไปฟาดดาบใส่ใต้ท้องรถบันไดอย่างรุนแรง
“ตู้ม!”
แสงสว่างวาบไปทั่วบริเวณ รถบันไดขนาดยักษ์แหลกเป็นผุยผง ทว่าการโจมตีครานี้ทำให้เฟิงจี้สิงสูญเสียพลังปราณยุทธ์ไปมาก ใบหน้าของเขาซีดเซียวขึ้นเรื่อยๆ ขณะฟาดดาบสังหารอสูรเกราะตนแล้วตนเล่า ทันใดนั้นขวานศึกของแม่ทัพอสูรเกราะพุ่งแหวกอากาศตรงมาหาเขา
“เคร้ง!”
ดาบสะบั้นวาโยสกัดขวานไว้ได้ทันเวลา เฟิงจี้สิงฟันอสูรเกราะอีกหลายสิบตนที่ดาหน้าเข้ามาก่อนถอยกลับไปใต้กำแพงเหล็ก จางเหว่ยที่รออยู่ทิ้งเชือกลงมาทันที “ท่านผู้บัญชาการ ขึ้นมาเร็วขอรับ!”
เฟิงจี้สิงคว้าเชือกก่อนถูกดึงตัวขึ้นไป เสียงดาบกระทบกำแพงเหล็กดังขึ้นรอบกายอย่างต่อเนื่อง เขาทรุดตัวลงกับพื้นทันทีที่ถึงบนกำแพง ฉับพลันกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วลำคอ เขาพยายามกลั้นเลือด