มีคนก่อปัญหาแก่ท่านได้ ข้าน้อยจะนำท่านผู้บัญชาการไปเองขอรับ”
“อืมไปกันเลยเถิด พาข้าไปที่ฐานทัพของกลุ่มเทียนเจว๋ ข้าต้องการพบซือตู่เซิน”
“เอ่อ…”
จางเล่ยเผยสีหน้าตกตะลึงทันที
“เจ้าไม่กล้าไปอย่างนั้นรึ?” เว่ยโฉวเอ่ยถาม
จางเล่ยกัดฟันก่อนกล่าวตอบ “เช่นนั้น…ข้าน้อยจะพาพวกท่านไปส่งหน้าประตูฐานทัพของกลุ่มเทียนเจว๋แล้วกันขอรับ”
“อืม ไปกันเถิด”
“ขอรับ”
จางเล่ยขึ้นควบม้าของเขาก่อนนำหลินมู่อวี่และคนอื่นๆ ตรงไปสุดถนน
ปลายสุดถนนไม่มีคนจนอาศัยอยู่อีกต่อไป มีเพียงแต่กลุ่มคนในชุดผ้าไหมเดินเพ่นพ่าน ฐานทัพของกลุ่มเทียนเจว๋สูงตระหง่านท่ามกลางซากบ้านเรือนผุพังจนเว่ยโฉว เฝิงสี่และคนอื่นๆ อดไม่ได้ที่จะชื่มชมอยู่ในใจ ขนาดของฐานทัพแห่งนี้ราวกับตำหนักของเจ้าชายก็มิปาน
ทันทีที่มาถึงหน้าฐานทัพ ชายหลายคนในชุดเกราะสีฟ้าก็หัวเราะลั่นเมื่อเห็นหน้าจางเล่ย “อ้าวจ่างเล่ย เหตุใดจึงมาเหยียบที่นี่ิีอีก ซุปที่เจ้ากินคราก่อนยังไม่หนำใจรึ?”
จางเล่ยบังคับม้าของให้ถอยไปหลายก้าวด้วยใบหน้าหวั่นเกรง
สมาชิกกลุ่มเทียนเจว๋สองสามคนในบริเวณนั้นรีบวิ่งออกไปคว้าบังเหียนก่อนดึงจางเล่ยออกจากหลังม้า หนึ่งในนั้นหัวเราะพร้อมกล่าว “เจ้ายังกล้ามาเหยี