องครักษ์ชุดขาวเช่นกัน ไม่คิดจะบอกอะไรกับข้าบ้างหรือ?”
ฉินอินยิ้มแห้งก่อนพูด “งั้นข้าขอให้ท่านป้าพบชายที่คู่ควรในเร็ววันเถิด”
“ขอให้เป็นเช่นนั้น…” ซูอวี่กระซิบถามต่อ “พิธีเสร็จสิ้นแล้วหรือ?”
“ยังเจ้าค่ะ”
ฉินอินหันมองแท่นบูชาก่อนหัวเราะพร้อมพูด “ดูสิ ท่านตาทำตัวตรงอย่างกะท่อนไม้ ทั้งที่ข้ายังมิได้อ่านคำกล่าวพิธีกรรมน่าเบื่ออันแสนยาวนานเสียด้วยซ้ำ”
หลินมู่อวี่เอ่ยถาม “หากต้องการสร้างกองทัพอวี้หลินขึ้นใหม่เจ้าต้องแต่งตั้งผู้บัญชาการ เสี่ยวอินเจ้าต้องการให้ผู้ใดรับตำแหน่งนี้ล่ะ?”
“อันที่จริงพี่อาอวี่น่าจะพอรู้”
“อาเหยียนงั้นหรือ?”
“อืม”
“หืม…นี่ข้ารู้แจ้งโดยที่เจ้าไม่จำเป็นต้องพูดสักคำ…”
ฉินอินถอนหายใจพร้อมยกยิ้ม “เช่นนั้นพี่อาอวี่ก็ช่วยเสี่ยวอินคิดสิว่าจะมีผู้ใดเหมาะสมแก่การดูแลกองทัพอวี้หลินอีก? หรือพี่อยากเลือกคนของวิหารศักดิ์สิทธิ์สักร้อยคนมาสมัครก็ได้ ใครก็ตามที่ภักดีต่อจักรวรรดิเก่งและมีฝีมือกาจเป็นพิเศษ”
“หากทำอย่างเจ้าว่า ทหารทั้งกองทัพอวี้หลินก็เป็นคนของข้าหมดสิ เจ้าไม่กลัวว่าข้าจะยึดกองทัพไปเป็นของตัวเองหรือ?” หลินมู่อวี่กล่าวหยอกเย้า
ฉินอินยิ้มละมุนก่อนกล่าวคำออก “อย่างนั้นก็เอ