มู่อวี่และติงซี่เดินเคียงข้างกันโดยมีหลูจ๋านและหยานลี่ผู้อยู่ขอบเขตปราชญ์ชั้นที่สองขนาบข้าง ทั้งสองแข็งแกร่งเกินกว่าที่หลินมู่อวี่ต่อกรได้ ส่วนหม่านหนิงก็ปรือตาเยี่ยงคนเมา แต่จะรู้ได้อย่างไรว่าเขามิได้แกล้งทำ?
…
ท่ามกลางโถงอันกว้างขวางที่เต็มไปด้วยอาวุธ หยกและของสะสมแปลกตามากมาย สิ่งที่เตะตาของหลินมู่อวี่คือขวดขนาดใหญ่ที่บรรจุหัวของมนุษย์ไว้กลางห้อง รูปลักษณ์ของฉินเหลยยังคงเหมือนเมื่อสามปีก่อน ดวงตาของเขาเบิกกว้างบ่งบอกถึงความอาฆาตและไม่เต็มใจก่อนเสียชีวิต
“เอ่อ…”
หลินมู่อวี่ยกมือขึ้นกุมหัวใจที่เจ็บปวดราวกับถูกใบมีดทิ่มแทง หยาดน้ำใสเอ่อล้นในดวงตา ติงซี่เห็นดังนั้นจึงรีบบังตัวอีกฝ่ายไว้เพื่อไม่ให้ผู้อื่นเห็นท่าทีที่แปลกไปของหลินมู่อวี่
ขณะนั้น ลู่จ่าวกล่าวถึงชัยชนะของเขาในเมืองหลันเยี่ยนอย่างโผงผาง “เหอะ! กองทัพจักรวรรดิประสาอะไรจึงถูกสังหารได้อย่างง่ายดายเช่นนี้”
“หากฉินอินไม่หนีหัวซุกหัวซุนไปก่อน หัวของนางคงตั้งอยู่ที่นี่และทุกอย่างคงจบตั้งแต่ตอนนั้น!”
“หากไม่ใช่เพราะถูกสั่งห้ามแต่แรก ข้าคงตัดหัวฉินจิ้นมาไว้ที่นี่แล้ว เหอะ! พวกตระกูลฉินยึดครองแผ่นดินนี้มานานเกินไปแล้ว ต้องมีสักวันที่