นราวสองหมื่นคนออกจากเมืองอย่างเชื่องช้า สิ่งของล้ำค่าในเมืองเพลิงจันทราถูกเก็บจนหมดสิ้น เกวียนเล่มแล้วเล่มเล่าแบกข้าวของนับไม่ถ้วนออกจากเมืองไป ไม่ว่าจะเป็นอาหาร เหรียญทองและเครื่องเหล็ก
หลินมู่อวี่มองเหล่าผู้ลี้ภัยจากไปขณะยืนอยู่บนกำแพงเมือง สายลมอันหนาวเหน็บยามค่ำคืนพัดผ่านใบหน้าราวกับใบมีดทิ่มแทง เขากางแผนที่เดินทัพบนกำแพงเมืองอีกครั้งก่อนเพ่งสายตาดูโดยอาศัยแสงสว่างจากดวงดาว นิ้วของเขาลากผ่านเมืองแล้วเมืองเล่าก่อนหยุดลงที่เมืองแห่งหนึ่งบนแผนที่
เว่ยโฉวด้านข้างกล่าวคำออก “เมืองซิงเจว๋เป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรืองยิ่ง แต่ก่อนเคยมีพลเรือนกว่าสองแสนคน ทว่าตอนนี้คงเหลือไม่มากแล้ว ท่านผู้บัญชาการจะบุกโจมตีเมืองซิงเจว๋หรือขอรับ?”
“อืม”
หลินมู่อวี่ยิ้มพร้อมกล่าว “ส่งหน่วยสอดแนมไปยังเมืองซิงเจว๋ ตรวจสอบดูว่ามีเหล่าอสูรเกราะที่คุ้มกันเมืองกี่ตน แต่ข้าว่าคงมีไม่มากนักหรอก”
เว่ยโฉวพยักหน้าก่อนกล่าวตอบ “กองทัพอสูรเกราะเกือบทั้งหมดถูกส่งไปยังเมืองไป๋หลิงและไปสู้รบกับหลงเซียนหลิน จึงน่าจะเหลือผู้คุ้มกันไม่มากนัก แต่เมืองซิงเจว๋…อยู่ใกล้เมืองสายัณห์ที่อยู่ในความดูแลของแม่ทัพติงซี่มากนะขอรับ แม้แต่ทหารรา