ฉู่
…
ยามท้องฟ้าเริ่มมืดลง รถลากและเกวียนของเหล่านักล่าอสูรที่เต็มไปด้วยซากหนอนโกลาหลก็ทยอยกลับเข้าเมืองที่เป็นตลาดขนาดย่อม เนื้อของหนอนพวกนี้ขายดีใช่ย่อย เพียงไม่นานก็มีเหล่าคนจนหน้าตาซีดเซียวมาซื้อเนื้อจากพวกเขาเสียจนหมด เต๋อเหวินกล่าวออกด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “นี่พ่อหนุ่มหลิน ข้าจะลงไปชั้นล่างของแดนโกลาหลเพื่อขายศิลาวิญญาณ เจ้าอยากเห็นชั้นที่สามมิใช่หรือ จะไปกับข้าหรือไม่?”
“อืม เยี่ยมเลย” หลินมู่อวี่มองไปรอบตัวก่อนเอ่ยถาม “ว่าแต่ไปกันสองคนเท่านั้นหรือ?”
“ใช่”
เต๋อเหวินยิ้มพร้อมกล่าว “ของดีเยี่ยงนี้ ยิ่งน้อยคนรู้ก็ยิ่งดีมิใช่รึ”
“เช่นนั้นก็ไปกันเถิด”
ทั้งสองเดินออกจากเมืองไปได้ราวหนึ่งชั่วโมง ก่อนทักษะชีพจรวิญญาณของหลินมู่อวี่จะทำให้เขารู้สึกถึงรัศมีบางอย่างที่กำลังตามติดพวกเขาอยู่ไม่ไกล เขาเอ่ยเสียงแผ่ว “ท่านเต๋อเหวิน มีใครบางคนตามเราอยู่”
“หือ?” เต๋อเหวินผงะไปครู่หนึ่ง
“รีบเดินต่อเถิด อีกไกลหรือไม่กว่าจะถึงทางเข้าชั้นล่าง?”
“ใกล้ถึงแล้วล่ะ อย่ากลัวไปเลยพ่อหนุ่ม”
“ฮ่าๆ ข้าเปล่าเสียหน่อย”
ทว่าไม่กี่นาทีหลังจากนั้น หลินมู่อวี่ได้แต่ยืนอึ้งกับสถานที่ตรงหน้า เบื้องหน้าของเขาไม่มีหน้าผาหรือหุบเหวใด หากแต่เป็นมหาสมุทรแห่งดวงดาวทอดยาวไม่มีจุดสิ้นสุด ดินแดนโกลาหลแห่งนี้เสมือนแผ่นกระเบื้องที่แตกสลายลอยเคว้งอยู่ในจักรวาล ภาพรูหนอนที่เขมือบพวกดาวเคราะห์ตรงหน้าของเขานั้นช่างน่าสะพรึงกลัวนัก
“น