ู่ยังไม่ตาย หลินมู่อวี่ก็ร้อนใจจนไม่สามารถอยู่กินอาหารต่อได้ เขาคว้าน่องไก่ย่างมากัดขณะที่ออกจากตำหนักเจ๋อเทียนพร้อมรีบตรงไปยังคอกม้าของวิหารศักดิ์สิทธิ์ เพื่อออกเดินทางไปยังเจดีย์ทงเทียน
ด้วยตราแม่ทัพองครักษ์ที่เพิ่งได้มา เขาจึงออกจากเมืองหลวงได้อย่างง่ายดาย
เจดีย์ทงเทียนยังคงมืดมนขณะที่ห้วงอวกาศลอยวนรอบเจดีย์ มีสายฟ้าแลบพร้อมฟ้าร้องก้อง และกองทหารแห่งจักรวรรดิที่ดูแลเจดีย์ทงเทียนห่างออกไปราวหนึ่งไมล์ เมื่อหลินมู่อวี่ขี่ม้าเข้ามา นายกองผู้หนึ่งรีบเข้ามาประสานหมัด “ท่านแม่ทัพหลินมู่อวี่ใช่หรือไม่? เกิดสิ่งใดขึ้นจึงมาเยือนเจดีย์ทงเทียนยามดึกสงัดเช่นนี้ขอรับ?”
“เนื่องจากมีบางสิ่งผิดปกติในเจดีย์ทงเทียน ฝ่าบาททรงให้ข้ามาตรวจสอบ”
“แต่…” นายกองมีสีหน้าตกตะลึงพร้อมกล่าวว่า “กล่าวกันว่ามีสัตว์ร้ายอาละวาดภายในเจดีย์ทงเทียน อีกทั้งยังมีเทพและปีศาจที่กินคน ท่านแม่ทัพหลินจะเข้าไปจริงหรือขอรับ? หรือ…จะให้ข้าน้อยนำกองกำลังและม้าเข้าไปพร้อมกับท่าน?”
“ไม่จำเป็น” หลินมู่อวี่กล่าวด้วยรอยยิ้ม “มันปลอดภัยกว่าหากข้าเข้าไปคนเดียว ไม่ต้องกังวล ข้าเคยเข้าไปในเจดีย์ทงเทียนและมีชีวิตรอดกลับออกมา ครานี้ข้าจะกลับออกมาให้ได้เช่นกัน”
“ท่านแม่ทัพหลินระวังตัวด้วยขอรับ!”
“ขอบคุณ!”
“เอาล่ะ ทหาร! เปิดประตูให้แม่ทัพหลิน!”
“ขอรับ!”
กองทัพองครักษ์เปิดประตูขึ้นสนิมให้หลินมู่อวี่อย่างรวดเร็ว เขาไม่ได้มาที่นี่สามปีแล้ว ก่