อนจะส่งท่าเฉว่ให้นายร้อยพร้อมกล่าวว่า “ฝากม้าของข้าด้วย ข้าคงไม่ได้กลับออกมาในเร็ววัน”
“ไม่ต้องเป็นห่วงขอรับท่านแม่ทัพ!”
…
“ชิ้ง!”
หลินมู่อวี่ชักกระบี่วิญญาณมังกรออกมาพร้อมปลดปล่อยปราณยุทธ์ แสงจากใบดาบส่องสว่างขณะที่เขาก้าวเข้าไปในเจดีย์ ปกติแล้วไม่มีผู้อาศัยอยู่ที่ชั้นหนึ่ง เขาจึงเดินขึ้นบันไดหินขึ้นไปที่ชั้นสองทันที แต่ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงน่าสยดสยอง “โอ้…เป็นเวลานานแล้วที่เนื้อและเลือดสดๆ ไม่ได้เข้ามาในเจดีย์ทงเทียน ครานี้…ผู้โชคร้ายคนไหนที่จักรพรรดิจะส่งมากันนะ?”
ภูตผีตนหนึ่งพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว
เมื่อหลินมู่อวี่เห็นก็ผายฝ่ามือออก น้ำเต้าทองพวยพุ่งออกจากร่างกายควบแน่นเป็นกำแพงน้ำเต้า “ตูม!” หลินมู่อวี่ยกกำปั้นชกไปในอากาศพร้อมส่งพลังหนึ่งประทีปพิฆาตชีวันพุ่งเข้าใส่แขนผู้มาเยือนทันที!
“กรี๊ด!”
มันล้มลงพร้อมส่งเสียงครวญคราง ภายใต้แสงสว่างจากกระบี่ เขาเห็นว่าบุคคลตรงหน้าเป็นผู้หญิงในชุดเกราะอ่อน ซึ่งมีพลังยุทธ์อยู่ขอบเขตนภาชั้นที่หนึ่ง แขนของนางมีเลือดไหลอาบด้วยพลังหนึ่งประทีปพิฆาตชีวันดูน่าเวทนายิ่ง
หลินมู่อวี่วาดกระบี่จ่อที่คอพร้อมเอ่ยถามเสียงเบา “เจ้าเป็นใคร?”
“ขะ…ข้ามีนามว่าอสูรโลหิต!” แสงเยือกเย็นฉายผ่านดวงตาของนาง
“เจ้าเป็นสาวกของมารโลหิตหรือ?”
“เจ้า…รู้จักท่านมารโลหิตได้อย่างไร?” ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความสงสัยพร้อมเหลือบมองยศทหารของหลินมู่อวี่ “หึ! ที่แท้ก็เป็นผู้บัญชาการ