ทิ้งฝ่าบาทเด็ดขาดพ่ะย่ะค่ะ!”
เฟิงจี้สิงพยักหน้าตาม “กระหม่อมเช่นกันพ่ะย่ะค่ะ”
ฉู่เหยายิ้มเล็กน้อย “เสี่ยวอิน เสี่ยวซีก็เป็นคนในครอบครัว…”
“เสี่ยวซี…” ฉินอินยิ้มเล็กน้อย “เสี่ยวซีต้องปกป้องประตูเมืองอสูรของเมืองชายแดนด้านตะวันตก นางไม่มีเวลาแม้แต่จะมาเยือนเมืองหลวง เนื่องจากมันเป็นงานหนัก นางคง…”
หลินมู่อวี่กล่าว “มันจะไม่เป็นไรเมื่อประตูเมืองอสูรเริ่มมั่นคง หลังจากถังเจิ้นและปราชญ์จิ้งจอกของเผ่าพันธุ์อสูรคุ้นเคยกันมากขึ้น ข้าเชื่อว่าเสี่ยวซีจะสามารถกลับมาอยู่ในเมืองหลวงได้อีกครั้ง”
“อื้ม ข้าจะตั้งตารอวันนั้น!”
“มาเถิด ดื่มและกินเพื่อเฉลิมฉลอง” หลินมู่อวี่จับตะเกียบขึ้นมาคีบขาไก่ฟ้าให้ฉินอินพร้อมกล่าวว่า “ในเมื่อเราเป็นครอบครัวเดียวกัน ก็ต้องทำตัวให้เหมือนครอบครัว กินสิ แล้วหยุดพูดเรื่องของจักรวรรดิ”
“ฮ่าๆๆ ใช่!” เฟิงจี้สิงดมกลิ่นสุราในจอกและกล่าวว่า “สุราที่ฝ่าบาทนำมานั้นกลมกล่อมมาก เหตุใดจึงไม่มอบให้เหล่าผู้ใต้บังคับบัญชาสักสองสามขวดไว้กลับไปดื่มในค่าย…”
ฉินอินยิ้มกล่าว “มิใช่ว่าห้ามดื่มในกองทัพหรือ?”
“ฮ่าๆ กระหม่อมเพียงทูลขอให้เฒ่าจาง”
จางเหว่ยเบิกตากว้าง “ผู้บัญชาการเฟิง เหตุใดจึงกล่าวเช่นนั้น!?”
หลินมู่อวี่หัวเราะ แต่ทันใดนั้นทุกคนพลันรู้สึกถึงแรงกดทับปกคลุมทั่วท้องนภาพร้อมได้ยินเสียงคล้ายภาษาสันสกฤตแว่วเข้ามาในหู เสียงนั้นเต็มไปด้วยพลังอำนาจที่ไม่อาจต้านทานได้ มันเป็นพลังศักดิ