รวรรดิอี้เหอและศึกในเมืองตงฉวงตลอดสามปีที่ผ่านมานั้นทำให้กำลังของจักรวรรดิลดลงไปกว่าครึ่งจากตอนที่จักรพรรดิฉินจิ้นเป็นผู้ปกครอง ซึ่งการก่อสร้างกำแพงเหล็กอาจต้องใช้กองกำลังแทบทั้งหมดของจักรวรรดิพ่ะย่ะค่ะ”
ซูมู่หยุนเอ่ย “ฝ่าบาท กระหม่อมได้ถามงบประมาณที่ต้องใช้จากสำนักทหารและพลเรือนแล้วพ่ะย่ะค่ะ เหรียญทองราวห้าร้อยล้านจะสามารถสร้างกำแพงเหล็กได้แปดร้อยไมล์ จริงอยู่ที่เป็นจำนวนเงินมิน้อยเลย หากแต่ทุกคนก็ทราบดีว่ามณฑลชีไห่และอวิ้นจงนั้นไม่ได้ก่อสงครามมากว่าสิบปีแล้วซึ่งนั่นทำให้พวกเขาร่ำรวยเป็นอย่างมาก ทุนของกรมท้องถิ่นก็ยังเหลืออยู่ถมเถ กระหม่อมคิดว่าหากใช้เงินจากมณฑลชีไห่และอวิ้นจง มณฑลละสองร้อยล้าน รวมกับเงินของเมืองหลันเยี่ยนอีกหนึ่งร้อยล้านเหรียญทอง เราก็ไม่น่ามีปัญหาใดในการจ้างพลเรือนและสร้างกำแพงเหล็กพ่ะย่ะค่ะ”
ฉินอินพยักหน้าพร้อมเผยรอยยิ้มสดใส นางหันไปมองถังหลานก่อนเอ่ย “ท่านหลานกงอย่าได้วิตกไปเลย จักรวรรดิกำลังอยู่ในช่วงคอขาดบาดตายเช่นนี้ ท่านคงไม่คิดตระหนี่หรอกใช่หรือไม่? ”
ถังหลานประสานหมัดด้วยความเคารพ “หากฝ่าบาททรงตัดสินใจว่าจะสร้างกำแพงเหล็ก กระหม่อมย่อมมิคัดค้าน เงินสองร้อยล้านเหรียญทองจะถูกส่งมาเมืองหลวงทันทีหากมีรับสั่งจากพระองค์พ่ะย่ะค่ะ”
“อืม!”
ฉินอินยิ้มพลางกล่าว
“เช่นนั้นข้าจะเขียนพระบรมราชโองการเพื่อเกณฑ์พลเรือนจักรวรรดิให้มาร่วมกันสร้างกำแพงเหล็กทันที ส่วนงบประมาณแ