ั้นจักรวรรดิอี้เหอคงล่มสลายและพวกเราจะต้องสู้เพียงลำพัง”
ฉินอินชะงักไปครู่หนึ่งก่อนกล่าวออก “พี่อาอวี่หมายถึง… เราอาจจะต้องร่วมมือกับจักรวรรดิอี้เหองั้นหรือ?”
“ไม่มีทาง”
ซูอวี่ผู้ไม่เห็นด้วยกับความคิดนั้นเอ่ยขัดทันที “อาอวี่ ทิ้งความคิดที่จะสร้างพันธมิตรกับจักรวรรดิอี้เหอเสีย เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าเราสูญเสียเพียงใดในศึกเมืองหลันเยี่ยน? ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยน ฉินเหลย หลัวเลี่ย แม่ทัพแห่งจักรวรรดิที่ภักดีและกล้าหาญกี่นายต้องตายตกเพราะน้ำมือจักรวรรดิอี้เหอ เราจะต้องไม่ลืมความอัปยศอดสูเยี่ยงนี้เป็นอันขาด ”
“ข้าทราบดี ท่านป้าอวี่”
หลินมู่อวี่กล่าว “ ข้าเพียงคิดไว้เผื่อเป็นทางเลือกสุดท้ายขอรับ”
ฉินอินยิ้มออกมาพลางเขย่ามือของหลินมู่อวี่ไปมาพร้อมกล่าวเปลี่ยนเรื่อง “อาอวี่ ข้ามีอีกสิ่งหนึ่งที่อยากบอกเจ้า”
“อืม อะไรหรือ?”
“ผู้บัญชาการเซี่ยงอวี้เสนอให้ใช้ยาพิษอีกแล้ว”
“อ๋อ”
หลินมู่อวี่กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจรัง “ที่ว่าให้นำพิษของผลโลหิตทิ้งลงแม่น้ำต้าวเจียงอย่างนั้นหรือ?”
“อืม เซี่ยงอวี้กล่าวว่ากองกำลังปีศาจนับหมื่นประจำการอยู่ริมแม่น้ำต้าวเจียง พวกมันอาศัยแหล่งน้ำในการใช้ชีวิต หากแม่น้ำเป็นพิษ พวกมันต้องถอยทัพเป็นแน่”
“แต่ผลโลหิตจะใช้ได้ผลกับพวกอสูรเกราะงั้นหรือ?” หลินมู่อวี่กล่าวต่ออย่างเคร่งเครียด “เว้นแต่จะจับอสูรเกราะมาทดลองกับน้ำผสมพิษของผลโลหิต หากได้ผลจึงค่อยใช้วิธีนี้ มิเช่นนั้นข้าเกรงว่าแม่น้