งอสูรเกราะ เขาหัวเราะออกมาทันที ในเมื่อพวกมันดักซุ่มโจมตีหน่วยสอดแนมอยู่ที่นี่ ไม่ต้องสงสัยเหตุใดไม่เคยมีผู้ใดรอดกลับไป
เกิดเสียงเสียดแผ่วเบายามกระบี่วิญญาณมังกรถูกชักออกจากฝัก หลินมู่อวี่พุ่งตัวจู่โจมอสูรเกราะอย่างรวดเร็วโดยไม่ให้มันตั้งตัว กระบี่ถูกยกลอยเหนือฟ้าพร้อมกับแสงสว่างวาบไปทั่วผืนป่า เพียงพริบตาเดียวศีรษะและลำตัวของอสูรขาดออกเป็นสองท่อน เลือดสีแดงเข้มสาดไปทั่วบริเวณ
หลินมู่อวี่ตระเวนทั่วผืนป่าโดยอาศัยร่มเงาไม้ดั่งภูตผี พร้อมกระชับกระบี่ที่ชุ่มเลือดไว้แน่น ทุกคราที่กระบี่ส่องแสง อสูรเกราะก็ถูกกำจัดไปตนแล้วตนเล่า
นอกจากชีพจรวิญญาณทำให้เหล่าอสูรเกราะหมดหนทางซ่อนตัว ยังช่วยให้หลินมู่อวี่พรางตัวได้ดีในค่ำคืนนี้
เสียงอึกทึกดังขึ้นตามแนวป้องกันทั้งสามสายซึ่งห่างจากฐานทัพเหล่าปีศาจไม่กี่ร้อยเมตร มองจากระยะไกล พวกมันอยู่อย่างเรียบง่าย มีเพียงกองไฟตามจุดต่างๆ ร่างกายของอสูรเกราะแข็งแกร่งนัก พวกมันนอนกลางแจ้งได้โดยไม่จำเป็นต้องมีป้อมปราการเสียด้วยซ้ำ
เมื่อเข้าไปใกล้ หลินมู่อวี่เห็นแสงบางอย่างกวัดแกว่งไปมา พร้อมกับเสียงต้นไม้โค่นและเสียงเลื่อยดังก้องจากป่าลึก เขาซ่อนตัวอยู่ในพุ่มไม้อย่างระมัดระวังก่อนเห็นคนกลุ่มหนึ่งกำลังโค่นต้นไม้ใหญ่ ด้านข้างมีแผ่นไม้ที่ถูกเลื่อยเป็นชิ้นๆตอกติดเป็นแผ่นเดียวกันเสมือนกระดานไม้ขนาดยักษ์
ยิ่งมองไกลออกไป หลินมู่อวี่เห็นไม้แผ่นใหญ่กองซ้อนกันเป็นเนินสูงห