เว่ยโฉวกล่าวต่อ “ข้าไม่คิดเลยว่าพวกมันจะเผายุ้งฉางของเราอีกครั้งโดยใช้ประโยชน์จากพวกอสูรปีก โชคดีที่เสบียงทั้งหมดถูกย้ายไปไว้ใต้ดินจึงไม่ได้รับความเสียหาย แต่ก็ต้องแลกมาด้วยชีวิตของทหารหลายสิบนาย ฝีมือของเหล่าอสูรปีกช่างร้ายกาจนัก!”
หลินมู่อวี่เปิดม่านเดินออกมาถามอีกฝ่าย “เว่ยโฉว ฝีมือธนูของเจ้าดีเลิศที่สุดในกองทัพ เจ้าสามารถจัดการพวกอสูรปีกเหล่านี้ได้หรือไม่? ”
“เกรงว่าไม่ขอรับ”
เว่ยโฉวส่ายหัวพลางกล่าวตอบ “กำลังแขนของข้าน้อยยิงลูกธนูได้สูงเพียงหนึ่งร้อยห้าสิบเมตร หากแต่พวกอสูรปีกบินได้สูงถึงสองร้อยเมตร ฝีมือธนูของข้าน้อยไม่มีประโยชน์อันใดเลย”
“อย่างไรเสีย ข้าน้อยคิดว่ามีทหารนายหนึ่งทำได้ขอรับ”
“ใครล่ะ?”
“ฉินจื่อหลิง!”
“โอ้ จื่อหลิงงั้นรึ?”
“ข้าจะพาท่านไปรับชม!”
“อืม”
…
ณ ค่ายทหาร ฉินจื่อหลิงกำลังดัดแปลงอาวุธทองแดงบางอย่าง รูปร่างดูเหมือนธนูยาวแต่เป็นประเภทสิบนัด
“จื่อหลิง!” หลินมู่อวี่ทักทายอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้ม
ฉินจื่อหลิงยิ้มอย่างนอบน้อมด้วยใบหน้าเหนียมอาย “ข้าเคยดัดแปลงพวกอาวุธมาบ้าง แต่พ่อมักจะบอกเสมอว่าข้ายังด้อยฝีมืออยู่นัก ข้าเคยนำวัสดุจากเกวียนมาทำลูกธนูเพื่อล่านกอินทรียักษ์ หัวลูกศรนั้นแข็งแรงใช้ได้ หากปรับแต่งอีกสักหน่อยคงสามารถกำจัดเหล่าอสูรปีกได้ ”
หลินมู่อวี่พยักหน้า “ค่อยๆ ศึกษาไปเถิด หากต้องการสิ่งใดบอกแก่เว่ยโฉวได้เลย เขาจะคอยช่วยเหลือเจ้าทุกอย่าง”
“ขอรับ!”
ฉินจื่อหล