งส่งกำลังเกือบทั้งหมดไปยังเทือกเขาเพื่อต่อต้าน ข้าเชื่อว่าจะทำให้พวกมันไม่สามารถข้ามผ่านเทือกเขาได้สักระยะหนึ่ง”
“อย่าดูถูกพวกปีศาจ” ฉินอี้วางพู่กันลงในแก้วและล้างอย่างเบามือขณะที่ครุ่นคิด “กองทัพหนึ่งแสนนายของเซินเว่ยโหวในเมืองตงฉวงถูกทำลายทั้งหมด กล่าวกันว่าอสูรเกราะเพียงตัวเดียวสามารถจัดการทหารกว่าสิบคน เจ้าเคยเห็นเผ่าปีศาจในเทือกเขาฉินแล้วหรือไม่?”
“เห็นจากระยะไกลเท่านั้น” หลงเซียนหลินขมวดคิ้ว “แต่มนุษย์ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกมันเลย ข้าเห็นด้วยตาว่าอสูรเกราะทะลวงทหารของจักรวรรดิอี้เหอและผ่าโล่ออกเป็นสองส่วน พวกมันมีเกราะแข็งหุ้มร่างกายปกป้องคมดาบ เว้นแต่จะสามารถแทงเข้าตาหรือปากของมัน มิเช่นนั้นจะไม่มีทางฆ่ามันได้เลย”
“มีข่าวจากมณฑลทงเทียนหรือจากฉางหมิงป๋อบ้างไหม?”
“ไม่ขอรับ” หลงเซียนหลินตอบ “มีข่าวลือว่าปีศาจออกจากหุบเขาลึกในมณฑลทงเทียนและเข่นฆ่าผู้คนตลอดทาง โชคร้ายที่ฉางหมิงป๋อประจำการอยู่ที่นั่น”
“เฮ้อ…”
ฉินอี้ถอนหายใจและมีสีหน้าบูดบึ้ง “คราแรกข้าคิดว่าจะพึ่งพาพลังของเซียนในการรวมแผ่นดิน แต่ไม่คาดคิดว่าถังหลานและซูมู่หยุนจะใช้เมืองหลันเยี่ยนที่กำลังล่มสลายโจมตีเราอย่างหนักหน่วง อีกทั้งสองมณฑลใหญ่ที่กว่าจะยึดครองมาได้กลับตกไปอยู่ในมือเผ่าอสูรที่เพิ่งโผล่ออกมา”
หลงเซียนหลินเอ่ยเสียงเบา “ราชาผู้พิชิต…ปีศาจกำลังเคลื่อนทัพมาอย่างดุเดือดและทรงพลังมาก เราคิดว่าศัตรูที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคื