ีมือมนุษย์และให้สร้างสิ่งของที่ต้องการ ดังนั้นจึงควรป้องกันแม่น้ำต้าวเจียงสายย่อยโดยเร็วที่สุด เราไม่เหลือเวลาอีกต่อไป…”
“เป็นเช่นนี้เอง…”
ฉินอินเม้มริมฝีปาก ก่อนจะยิ้มและตัดชิ้นเนื้อส่งให้ “พี่อาอวี่กินสิ”
“อื้ม”
ขณะเดียวกัน ถังเสี่ยวซีมองหลินมู่อวี่และกล่าว “มู่มู่ ข้าได้ยินมาว่าเมืองตงฉวงขาดแคลนอาหารมากกว่าสิบวัน เจ้าจำเป็นต้องกินทุกสิ่งอย่างในเมืองจริงหรือ…”
“อืม”
หลินมู่อวี่พยักหน้า “เปลือกไม้ รากหญ้า หนู งู…ข้าได้ลิ้มรสเกือบทุกสิ่งในเมืองตงฉวงแล้ว…”
“อื้ม…” สาวงามทั้งสองขมวดคิ้วแน่น
หลินมู่อวี่อดไม่ได้ที่จะหัวเราะและคิดว่าพวกนางควรอยู่ห่างจากสงครามให้มากที่สุด แต่สงครามมักมาพร้อมกับความโหดร้ายเสมอ ซึ่งไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้…
…
หลังทานอาหารเย็น ถังเสี่ยวซีสัญญาว่าจะส่งทหารสองหมื่นนายจากเมืองหน้าด่านอสูรให้หลินมู่อวี่ พร้อมมอบม้าพันธุ์ดีห้าพันตัวให้กับกองทัพมังกรผงาด ด้วยเหตุนี้…เมื่อรวมกับกองกำลังศักดิ์สิทธิ์หนึ่งหมื่นห้าพันนายและกองทัพมังกรผงาดหนึ่งพันนาย หลินมู่อวี่จะมีกองกำลังทั้งสิ้นสามหมื่นหกพันนาย ซึ่งเพียงพอในการป้องกันป้อมปราการ
เมื่อพระอาทิตย์ตกดิน ถังเสี่ยวซีได้นำม้าศึกสีขาวไปยังวิหารศักดิ์สิทธิ์
“องค์หญิงซีเสด็จมาขอรับ”
เกอหยางยิ้มและทักทาย “คงมาหาผู้นำวิหารใช่หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”
“ถูกต้องท่านเกอหยาง มู่มู่อยู่ที่ใดหรือ?”
“โถงด้านในพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะพาไปเอง”
“อื้ม!”