ถูกกลืนกินจนหมดเกลี้ยงโดยพระพุทธรูปที่แตกสลายเบื้องหลังของเขา
“ท่านสาธุชน ไยเราไม่ลองพนันกันเล่า?”
เสียงของกว่างหมิงดังออกมาจากภายในแผนภาพราชโองการควบคุมขุนเขาและมหาสมุทรสงบนิ่งราบเรียบ “หากท่านชนะ ข้าจักนำหมู่ศิษย์พุทธะแห่งแดนสุขาวดีทั้งหมดถวายตนสวามิภักดิ์ต่อราชสำนักเต๋า”
“ข้อเดิมพันนี้…ก็คือพระพุทธองค์องค์ใหญ่เบื้องหลังข้าน้อย”
“ข้ามาเจียงตง เพียงเพื่อบำเพ็ญพุทธมิว่าท่านจักใช้วิธีใด ขอเพียงสามารถที่จะช่วยข้าน้อยซ่อมพระพุทธองค์องค์นี้ให้สำเร็จ ก็นับว่าชนะแล้ว”
“หากท่านสาธุชนพ่ายแพ้ ก็ไม่จำเป็นต้องทำสิ่งใด”
“เพียงคอยช่วยข้าบำเพ็ญพุทธไปเรื่อย ๆ จนกว่าพระพุทธองค์นี้จักสำเร็จเป็นรูปร่างแท้จริง ท่านก็ยังคงเสรีไปมาได้ และข้าก็ยังสามารถให้เหล่าศิษย์แห่งแดนสุขาวดีถวายตนสวามิภักดิ์”
“เป็นเช่นไรเล่า?”
คำตอบของเขา คือแสงทองสว่างเจิดจ้าเส้นหนึ่งพุ่งลงมา
ราชันย์ปรีชาปกครอง!
ความอัศจรรย์นี้มีข้อบกพร่องใหญ่หลวง ตรงที่จำต้องใช้แสงเร้นค่อย ๆ กวาดลง ความเร็วจำกัด แม้ฝ่ายตรงข้ามต้านไม่ไหว ก็ยังมีหนทางจะเร้นกายถอยหนี
ด้วยเหตุนี้ ทุกครั้งที่ลวี่หยางจะปลุกใช้ความอัศจรรย์นี้ เขาล้วนวางกลล่ออย่างพิถีพิถัน เช่นคราเผชิญพระอัครมเหสีเซียวเมื่อคราวก่อน จึงอาจสำเร็จได้ในคราวเดียว
ทว่าครานี้ ลวี่หยางกลับพบว่า ศิษย์พุทธะกว่างหมิงอาศัยอยู่หลังพระพุทธรูปแตกร้าวนั้น กลับไม่แม้แต่จะมีท่าทีคิดจะหลบหนี เขาจึงพลันเกิด