ดพ้นจากความทุกข์ทั้งปวงแห่งโลกหล้า ได้เสวยสุขเกษมสงบเย็น ขอถามท่านเถิด สิ่งนี้มิใช่บุญวาสนาหรือ?”
เมื่อศิษย์พุทธะกว่างหมิงกล่าวจบ ก็จ้องมองไปยังลวี่หยางและจงกวงด้วยท่าทีเคร่งขรึม
คล้ายว่ากำลังรอถ้อยคำโต้แย้งจากพวกเขา
ทว่าภาพนั้นทำให้ลวี่หยางกับจงกวงสบตากัน ก่อนจะยกยิ้มขึ้นพร้อมกัน ทั้งคู่ได้รวมรวมวิชาเทพไว้ในฝ่ามือแล้ว
“ตูม!”
ชั่วพริบตาเดียว ปรากฏวังหรูหราสง่างามประหนึ่งเปลวเพลิงพุ่งทะยานขึ้นท้องฟ้า แทรกสลับด้วยเงาร่างเตาใหญ่ทองแดง ซ้อนทับเป็นชั้นแล้วชั้นเล่า กลับกลายเป็นกรงขังปิดล้อมศิษย์พุทธะกว่างหมิงลงไปภายใน
วังคืนสู่ราศี
เตาเพลิงแกร่งกล้า!
สองกระบวนวิชาเทพโถมลงจากฟากฟ้า ศิษย์พุทธะกว่างหมิงกลับเพียงส่ายศีรษะพลางเอ่ยว่า “เดิมทีข้าคิดว่าสองท่านจักมีวาทะสูงส่ง ไม่นึกว่าจะเลือกลงมือเช่นนี้ ตกต่ำลงแล้ว”
ลวี่หยางได้ฟังก็เพียงแค่นเสียงเย็น “ข้าไม่คิดอธิบายเหตุผลกับเจ้า เจ้าก็มิคู่ควรจะได้ฟัง”
สิ้นวาจา เขาก็พลันปลดปล่อยวิชาเทพโดยกำเนิดของตนออกมาแผนภาพราชโองการควบคุมขุนเขาและมหาสมุทรครอบคลุมทั่วห้วงนภา แสงเรืองรองเจิดจ้า ดุจดวงตะวันดวงที่สองส่องสว่างขึ้นเบื้องฟ้า
ทว่าไม่นานนัก ดวงตาของลวี่หยางก็หดแคบลง เขาเห็นชัดว่ามิว่าเป็นวิชาเทพของเขา หรือของจงกวง กระแสพลังวิชาที่ยิ่งใหญ่เมื่อโถมสู่ร่างศิษย์พุทธะกว่างหมิง กลับสลายหายสิ้นราวกับสายน้ำซึมลงทะเลทราย ไม่ก่อให้เกิดระลอกใด ๆ ทั้งสิ้น หากแต่