ข้าต้องการเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แล้วนำส่วนที่เหลือไปแจกจ่ายพี่น้องเถิด พวกเขาหิวโหยมานานหลายวัน”
“ขอรับ”
ไม่นานถ้วยซุปหนังวัวที่มีขนาดเท่าฝ่ามือถูกนำมาวางด้านหน้าหลินมู่อวี่พร้อมส่งกลิ่นหอมกรุ่น เขาใช้ตะเกียบคีบและกัดคำโต มันให้ความรู้สึกคล้ายกับกระดาษแข็ง กระนั้นเขาทำได้เพียงขมวดคิ้วและกลืนลงไป “อึก….” อย่างน้อยมันก็ทำให้เขาอิ่มไปได้สักระยะ
ขณะเดียวกันทหารส่งสารตะโกนเสียงดังจากนอกค่าย “ท่านผู้ดูแลหลินมู่อวี่แห่งกองกำลังศักดิ์สิทธิ์…ท่านเซินเว่ยโหวเรียกพบเพื่อหารือขอรับ!”
“ข้าจะไปเดี๋ยวนี้”
“ขอรับ”
หลินมู่อวี่ลุกขึ้นพร้อมสั่งให้ฉินเหยียนและเฉินฮั่นดูแลค่าย ก่อนจะออกเดินทางไปยังจวนเจ้าเมืองและพบว่าเหล่านายพลต่างหน้าซีดเผือด แม้แต่หมินยวี่หลินก็มีสีหน้าไม่สู้ดีนัก ขณะนี้เขาดูแตกต่างจากคราที่อยู่ในเมืองหลันเยี่ยนมาก
“ท่านแม่ทัพทั้งหลาย”
หมินยวี่หลินค่อยๆ ลุกขึ้นและมองฝูงชน “เรา…พร้อมจะกลับบ้านแล้ว”
หนึ่งในผู้บัญชาการกองหมื่นของเมืองหยาดสายัณห์ตกตะลึง “ท่านเซินเว่ยโหว พวกเราถูกล้อมเช่นนี้แล้วจะกลับบ้านได้อย่างไร?”
หมินยวี่หลินกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ห้าวันก่อนแม่ทัพฉายหงผู้บัญชาการกองทัพขวานศึกได้นำทหารขุดอุโมงค์ใต้กำแพงตะวันออก มันมีความยาวกว่าสองไมล์และทอดยาวออกจากวงล้อมของกองทัพเผ่าปีศาจ ดังนั้นข้าต้องการให้ผู้บัญชาการตั้งแต่กองร้อยขึ้นไปมารวมตัวกันเพื่อถอยทัพในคืนนี้”
หัวใจหลินมู่อวี่หล่