ินอินมองตามหลัง ดวงตาคู่งามเหม่อมองดวงดาวที่สุกสกาวบนฟากฟ้าด้วยหัวใจที่ร้อนรน นางแทบรอไม่ไหวที่จะกางปีกและบินออกไปยังมณฑลหลิงตงเพื่อดูว่าหลินมู่อวี่ยังสบายดีหรือไม่ ทว่าเสื้อคลุมจักรพรรดินีที่สวมใส่เป็นดั่งกรงหนาที่กักขังตนไว้…
ซูอวี่มองเห็นความกังวลในดวงตาฉินอิน นางหัวเราะเล็กน้อยและกล่าวว่า “เสี่ยวอินอย่ากังวลเลย…จะไม่มีเหตุร้ายเกิดขึ้นกับกองทหารหยางเว่ยหนึ่งแสนนายที่เดินทางไปทำศึกในมณฑลหลิงตงอย่างแน่นอน เนื่องจากกองกำลังหลักของจักรวรรดิอี้เหอถอนทัพกลับมณฑลหลิงหนานแล้ว เจ้าไม่จำเป็นต้องกังวลอีกต่อไป ท่านเซินเว่ยโหวหมินยวี่หลินเป็นผู้เชี่ยวชาญในการทำศึก อีกทั้งอาอวี่ในฐานะผู้นำวิหารศักดิ์สิทธิ์ผู้ซึ่งมีพลังยุทธ์ที่ไม่ธรรมดา พวกเขาจะต้องปลอดภัย”
“อืม ขอบคุณเจ้าค่ะท่านป้าอวี่”
ฉินอินเดินลงบันไดมาจับมือซูอวี่และเอ่ยถาม “อาการป่วยของท่านตาเป็นอย่างไรบ้าง?”
“มีเพียงอาการหวัดเล็กน้อย ท่านผู้ดูแลฉู่เหยาตรวจอาการและสั่งจ่ายยาแล้ว หลังจากทานไปสักระยะ อาการของเขาคงดีขึ้น เสี่ยวอินอย่าได้เป็นกังวล”
“เจ้าค่ะ”
ฉินอินเงยหน้าขึ้นมองอีกทาง เฟิงจี้สิงก้มศีรษะและประสานหมัดแสดงความเคารพทันที
“ท่านผู้บัญชาการเฟิง ในการหารือวันพรุ่งนี้…จะเป็นอย่างไรหากท่านเสนอการจัดระเบียบองครักษ์อวี้หลินและองครักษ์มังกร?” ฉินอินกล่าวด้วยรอยยิ้ม
เฟิงจี้สิงพยักหน้ารับด้วยสีหน้าสงบนิ่ง “ฝ่าบาทอย่าทรงเป็นกังวล กระหม่อมจะ