จัดการเรื่องนี้และทุกเรื่องเป็นการส่วนตัวพ่ะย่ะค่ะ”
ซูอวี่อดไม่ได้ที่จะหัวเราะ “ผู้บัญชาการเฟิงวางใจเถิด เรื่ององครักษ์อวี้หลินถูกระงับมานานเกินไป และท่านพ่อไม่เข้าตำหนักในวันพรุ่งนี้ แม้หลานกงจะคัดค้าน แต่วาระนี้จะต้องผ่านอย่างแน่นอน”
เฟิงจี้สิงพยักหน้า “ข้าหวังว่าจะเป็นเช่นนั้น”
ฉินอินกะพริบตาและกล่าวว่า “เดิมทีมีองครักษ์มังกรหกนายในจักรวรรดิ ทว่าขณะนี้เหลือเพียงสอง นั่นคือผู้บัญชาการเฟิงและแม่ทัพตู้ไห่ ถึงเวลาที่จะแต่งตั้งคนใหม่แล้ว หากอาอวี่กลับมาพร้อมชัยชนะ…ข้าวางแผนจะเลื่อนยศให้เขาเป็นองครักษ์มังกร พวกท่านคิดว่าอย่างไร?”
เฟิงจี้สิงหัวเราะ “อาอวี่มีพลังยุทธ์ที่ไม่ธรรมดา อีกทั้งมีคุณธรรมและความสามารถยิ่ง ดังนั้นเขาจึงคู่ควรกับตำแหน่งองครักษ์มังกรพ่ะย่ะค่ะ”
ซูอวี่ยิ้ม “เสี่ยวอิน ตั้งแต่โบราณกาล การแต่งตั้งองครักษ์อวี้หลินและองครักษ์มังกรถูกกำหนดโดยจักรพรรดิ เจ้าไม่จำเป็นต้องปรึกษาผู้ใด เนื่องจากมันเป็นสิทธิ์ของเจ้าแต่เพียงผู้เดียว!”
“เจ้าค่ะท่านป้าอวี่!”
สายลมเย็นพัดผ่านตำหนักเจ๋อเทียน ทำให้ม่านมุกสั่นไหวเชื่องช้าและส่งเสียงดังราวกับถ่ายทอดความรู้สึกภายในใจของเด็กสาวที่ไม่สามารถเอื้อนเอ่ยได้
…
ณ เมืองตงฉวง มณฑลหลิงตง
“มันคือสิ่งใด?”
ภายในโถงหลักของเมือง ผู้คนต่างเข้ามารุมล้อมซากศพอสูรมีปีกด้วยความตกตะลึง นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้เห็นปีศาจประเภทอื่น ซึ่งเป็นปีศาจเพียงชนิดเดียวท