าวว่า “เป็นเวลาหลายหมื่นปีที่เผ่าปีศาจอยู่อย่างหลบซ่อน สิ่งที่พวกเรารอคอยมาตลอดคือวันนี้ ถึงเวลาแล้วที่พวกมนุษย์จะคืนผืนแผ่นดินกลับให้พวกเรา”
“สิ่งใดคือจุดประสงค์ของเจ้า?” หมินยวี่หลินเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา
เชินเซี่ยงตอบ “ขอให้ท่านเซินเว่ยโหวยอมจำนนต่อเผ่าเทพ และหากพวกท่านยอมเป็นทาส เราจักไว้ชีวิตให้”
“แล้วหากข้าไม่ยินยอมล่ะ?”
“เช่นนั้นก็รอกลายเป็นเถ้าถ่านได้เลย!” เชินเซี่ยงพูดด้วยรอยยิ้ม
“บังอาจ!” หมินจ้านตะโกนดัง “จัดการมันซะ!”
เชินเซี่ยงหัวเราะเสียงดัง ทันใดนั้นปราณยุทธ์สีดำพวยพุ่งปกคลุมร่างกาย ก่อนจะกระโดดขึ้นกำแพงพร้อมชักดาบสกัดกั้นลูกศรที่ยิงตามหลังมา และหนีหายไป
ด้านในเมือง อสูรเกราะสองตนถูกหลินมู่อวี่ ฉินเหยียน และคนอื่นๆ จัดการจนเลือดสาดเต็มพื้น
…
“ตอนนี้เราควรทำสิ่งใดต่อ?” หวังซีกล่าวด้วยสายหวาดหวั่น
หมินยวี่หลินมองไปทางฝูงชน “เหล่าท่านแม่ทัพคิดว่าพวกเราควรทำอย่างไร?”
ฉือยิงประสานหมัด “ตามประสบการณ์ของข้าน้อย สถานที่แห่งนี้ห่างจากเมืองหลันเยี่ยนหลายพันไมล์ และมีภูมิศาสตร์ที่โหดร้าย รวมทั้งสภาพอากาศที่ไม่แน่นอน ข้าเกรงว่าคงยากเกินกว่าจะใช้นกส่งสารกลับไปยังเมืองหลวง จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะรอกำลังเสริม ทางเดียวที่จะรอดคือรีบถอยทัพ ทหารราบตายกันหมด ส่วนทหารม้าอาจเหลือรอด”
“ทหารราบตาย ทหารม้ารอด…” หมินยวี่หลินหลับตาด้วยความเจ็บปวด “ข้าไม่คาดคิดเลยว่าชีวิตของหมินยวี่หลินที่มีผลงาน