่งทว่าไม่ได้กล่าวสิ่งใด ทหารราบเกราะหนักเปรียบเสมือนจิตวิญญาณของเขา บัดนี้ทั้งเช่อเถี่ยเฟิงและกองทัพได้หายไปแล้ว หมินยวี่หลินเริ่มคิดฟุ้งซ่าน ใครกันที่เก่งกาจมากพอสังหารกองทัพทั้งสองหมื่นนายนี้ได้เพียงชั่วข้ามคืน?
หลินมู่อวี่ปล่อยทักษะชีพจรวิญญาณและหลับตา ไม่นานก็สัมผัสได้ถึงรัศมีพลังอันแรงกล้าปรากฏขั้นไกลออกไปหลายกิโลเมตร ทั้งร่างกายสั่นสะท้าน “นี่มัน…”
“อะไรหรือขอรับท่านพี่?” ฉินเหยียนเอ่ยถาม
หลินมู่อวี่กล่าวตอบ “พวกปีศาจใกล้เข้ามาแล้ว อาเหยียนเตรียมพร้อมรบ…สั่งให้กองทัพศักดิ์สิทธิ์เตรียมลูกศรเศวตรมณีให้เพียงพอต่อการรบ”
“ขอรับ!”
เมื่อกล่าวจบ หลินมู่อวี่ก็เร่งฝีเท้าไปหาหมินยวี่หลินทันทีพลันกล่าว “ท่านเซินเว่ยโหว!”
“ผู้นำวิหาร มีธุระอันใด?” ท่าทีหมินยวี่หลินไม่สู้ดีนัก
“พวกมันมาแล้ว” หลินมู่อวี่กระซิบกล่าว
“ข้ารู้…ทหารของจักรวรรดิอี้เหอใกล้เข้ามาแล้ว” หมินยวี่หลินกัดฟันกรอด
“ไม่ ไม่ใช่จักรวรรดิอี้เหอ มันคือเผ่าปีศาจ!” หลินมู่อวี่กล่าวต่อ
“ปีศาจหรือ?” หวังซียิ้ม “ท่านผู้นำวิหารยังติดใจพวกปีศาจอยู่อีกหรือ? คิดว่าพวกมันเป็นคนฆ่าทหารราบเกราะหนักรึ?”
หลินมู่อวี่พยักหน้า “ใช่”
หวังซีพูดไม่ออก กระทั่งหมินยวี่หลินกล่าวแทรก “กระจายคำสั่งให้ทั้งเมืองเตรียมการป้องกันและพร้อมรบ ห้ามใครออกจากเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต!”
“ขอรับ!”
…
ฝนเริ่มตกหนัก พลันปรากฏเงาทะมึนใกล้เข้ามา ไม่มีผู้ใดรู้ว่าสิ่งใดอยู