านใน ชูป้ายขึ้นพร้อมรายงาน “รถขนเสบียงทั้งสามพันคันมาถึงแล้วขอรับ”
หวังซีตอบด้วยแววตาเรียบเฉย “ผู้นำคงรู้แล้วว่าเลยเวลาที่นัดหมายไปถึงสองวัน! ตามกฎทหารต้องถูกตัดหัว!”
หลินมู่อวี่มองชายเบื้องหน้าด้วยสายตาหยิ่งผยองทว่าไม่โต้ตอบ
ทันใดนั้นแม่ทัพตู้ไห่ประสานหมัดพร้อมกล่าว “ท่านขุนนาง มณฑลหลิงตงนั้นต่างจากมณฑลอื่น ด้วยไม่มีถนนพามาให้ถึงที่หมาย จึงเป็นเรื่องเข้าใจได้หากต้องใช้เวลา โปรดอภัยให้ท่านหลินมู่อวี่เถิด”
“ข้าเข้าใจแล้ว เอาเถิด…” หมินยวี่หลินโบกมือพร้อมกล่าว “แม่ทัพหลินเชิญนั่งก่อน”
“ขอรับ”
ในกระโจมที่มีทหารมารวมตัวกันกว่ายี่สิบนาย ที่นั่งของหลินมู่อวี่ถูกจัดไว้ท้ายสุด
หมินยวี่หลินกล่าว “แม่เมืองตงฉวงจะเป็นเมืองเล็ก ทว่าก็แข็งแกร่งมาก หากพวกกบฏอี้เหอยังคงคุ้มกันเมืองอย่างหนาแน่นเช่นนี้ เราคงทำอะไรไม่ได้นอกจากเสียกำลังพลเปล่า พวกเจ้าคิดเห็นว่าอย่างไร?”
ซูเหวินเทียนประสานหมัดพร้อมกล่าว “ท่านขุนนาง หน่วยสอดแนมของเราได้รับรายงานที่แม่นยำมา ทหารอี้เหอที่คุ้มกันเมืองมีเพียงหนึ่งพันนายเท่านั้น พวกมันถูกทหารของเราเข้าล้อมและกำลังอยู่ในสภาพสิ้นหวัง ข้าคิดว่าเป็นการดีที่จะส่งราชทูตเข้าไปเพื่อเกลี้ยกล่อมให้พวกมันยอมแพ้เสีย ผู้บัญชาการพวกกบฏในเมืองคืออวี้ฉือหลิน ให้ราชทูตลองเสนอไปว่าหากยอมจำนน จักรวรรดิจะยอมรับและคืนตำแหน่งให้อีกครั้ง คิดว่าอย่างไร?”
หมินยวี่หลินหันมองซูเหวินเทียนพลางกล่าวเสีย