อาหาร ต่อให้มีกำลังคนเพียงไหนก็คงมิอาจเป็นศัตรูของหม่านฟางได้ขอรับ”
“หม่านฟางหรือ?”
หมินยวี่หลินกล่าวด้วยสายตาเหยียดหยาม “คนไร้หัวคิดอย่างมันยังกล้านำทัพ หึ! ข้าจะไม่ไปไหนทั้งนั้น จะรอหม่านฟางอยู่เมืองตงฉวงแห่งนี้!”
“เซินเว่ยโหว…” อวี้ฉือหลินไม่กล่าวคำใดต่อ
หมินยวี่หลินกวาดตามองเชลยทั้งหมื่นคนจากจักรวรรดิอี้เหอที่อยู่จัตุรัสกลางเมือง ก่อนจะแผ่รังสีอำมหิตออกมาพร้อมกล่าว “แม่ทัพฉือ สั่งให้ทหารห้าพันคนเตรียมธนูคนละห้าสิบดอก”
ฉือยิงพยักหน้ารับ “ขอรับ!”
หมินจ้านชะงักก่อนกล่าว “ท่านพ่อ ไม่ใช่ว่าเพียงยึดเมืองหรือ? ท่านจะทำสิ่งใด…”
หมินยวี่หลินไม่ตอบทว่าออกคำสั่งต่อ “ผู้บัญชาการเถี่ยเฟิงฟังคำสั่ง! จงให้ทหารเข้าล้อมเชลยศึกและกันพวกมันด้วยโล่”
“ขอรับ ท่านเซินเว่ยโหว” เช่อเถี่ยเฟิงพยักหน้า
หมินยวี่หลินหันหลังก่อนกล่าวทิ้งท้าย “นับเวลาเพียงก้านธูปดับ ให้ยิงเชลยจากอี้เหอทันทีและตัดหัวพวกมันเสียบประจานบนกำแพงเมืองตงฉวงเพื่อข่มขวัญกองทัพหม่านฟาง”
อวี้ฉือหลินตัวสั่นเทิ้มรีบคุกเข่าลงกับพื้นพลางตะโกนลั่น “ท่านเซินเว่ยโหว…พวกเขาก็เป็นคนของจักรวรรดิฉินเหมือนกันนะขอรับ พวกเขาเพียงแค่ทำตามคำสั่ง ทั้งยังมีลูกเมียรออยู่ ท่านจะสังหารพวกเขาเช่นนี้ไม่ได้…”
“ในฐานะคนของจักรวรรดิยิ่งแล้ว เจ้าควรรู้ว่าความจงรักภักดีเป็นอย่างไร แม่ทัพอวี้ฉือหลินอย่าได้เอ่ยคำใดอีก มิเช่นนั้นเจ้าจะโดนด้วยเช่นกัน” หมินยวี่หลินพูดคำ