ลินมู่อวี่อดไม่ได้ที่จะยิ้ม “อาเหยียน คิดตื้นเขินยิ่งนัก สงครามไม่เหมือนกับในวิหาร เมื่ออยู่ในสนามรบ เจ้าต้องฟังคำสั่งของข้าและอย่าหุนหันพลันแล่น อีกทั้งเวลาต่อสู้ห้ามออกไปคนเดียว ชีวิตของเจ้ามีค่ามาก!”
“ขอรับพี่ใหญ่ อาเหยียนจะเชื่อฟัง”
“ดีมาก”
ขบวนทัพเดินทางอย่างเชื่องช้าและค่อนข้างน่าเบื่อ พวกเขาเดินทางเพียงเจ็ดไมล์ต่อวันเท่านั้น ขณะที่เมืองหลันเยี่ยนอยู่ห่างจากมณฑลหลิงตงถึงสามพันไมล์ ซึ่งหมายความว่าจะต้องใช้เวลาเดินทางอย่างน้อยหนึ่งเดือน ระหว่างการเดินทางหลินมู่อวี่รู้สึกเบื่อหน่าย เขาโคจรหลอมกระดูกมังกรซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อฝึกฝนปราณ และเมื่อถึงเวลาค่ำหลังทานอาหาร หลินมู่อวี่จะดูดซับพลังจากดาวเพื่อฝึกฝนกลยุทธ์ดวงดารา
น่าเสียดายที่หลังจากทะลวงกลยุทธ์ดวงดาราขั้นที่สอง หลินมู่อวี่ไม่สามารถทะลวงเข้าสู่ขั้นที่สาม ราวกับว่าการสะสมพลังดวงดาวในร่างกายถึงขีดจำกัดแล้ว
กระนั้นหลินมู่อวี่ยังคงอดทนแอบฝึกฝนอย่างลับๆ ต่อไป เนื่องจากเกรงว่าจะมีใครมาเห็น อีกทั้งการมีดวงดาวนับไม่ถ้วนล้อมรอบกายเป็นภาพที่น่าตื่นตกใจโดยแท้จริง
…
แปดวันผ่านไปในพริบตา กองทัพหยางเว่ยเดินทางผ่านอาณาเขตมณฑลชางหนาน ก่อนจะมองเห็นเมืองห้าหุบเขาระยะไกล และพบว่าเมืองนี้มิได้เจริญรุ่งเรืองอีกต่อไปแล้ว
‘กุบกับ…’
เสียงเกือกม้าดังขึ้นพร้อมทหารส่งสารควบม้าเข้ามาประสานหมัด “แม่ทัพหลิน ผู้ว่าการมณฑลชางหนานได้ส่งเสบียงจำนวนมาก ท่านเซิน