เว่ยโหวจึงขอให้ท่านตรวจสอบขอรับ”
“อืม” หลินมู่อวี่เอ่ยเสียงแผ่วเบา “ฉินเหยียน เฉินฮั่น พาคนไปกับข้า”
“ขอรับ!”
ทหารบางส่วนเดินผ่านขบวนออกไป มีพื้นที่โล่งขนาดใหญ่ข้างป่าทึบเขียวชอุ่ม ขณะนี้เป็นช่วงต้นฤดูร้อน ทหารเทียนฉงจำนวนมากหยุดเดินและต้อนม้าเพื่อถอดชุดเกราะรับลม การใส่เกราะหนาในวันที่อากาศร้อนช่างเป็นสิ่งที่น่าขมขื่น ด้านหลังกองทัพเทียนฉงมีเกวียนที่เต็มไปด้วยธัญพืชและหญ้าพร้อมทหารสิบนายจากมณฑลชางหนานคอยอารักขา ซึ่งพวกเขาถูกหลินมู่อวี่ส่งมา
หลังการตรวจสอบพบว่า มีเกวียนทั้งหมดหนึ่งพันเล่ม และไม่มีสิ่งผิดปกติ
ขณะเดียวกันทหารระดับสูงควบม้ามาจากระยะไกล เขาเป็นทหารผ่านศึกหนวดขาวอายุราวหกสิบปีพร้อมถือดาบเล่มยาวในมือ ส่วนธนูถูกมัดไว้ที่หลัง ดูเหมือนว่าชายผู้นี้จะรู้จักหลินมู่อวี่มาก่อน เขาเข้ามาประสานหมัดกล่าว “แม่ทัพหลวง ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งขอรับ!”
หลินมู่อวี่แสดงท่าทีความประหลาดใจ ก่อนจะมองอย่างระมัดระวัง ทันใดนั้นเขาก็จำได้และยิ้มออกมา “แม่ทัพฉือยิง ท่าน…เหตุใดจึงอยู่ในกองทหารด้วย ข้าไม่เห็นทราบเรื่องนี้เลย…”
ฉือยิงหัวเราะ “เรื่องมันยาวขอรับ ออกไปคุยกันเถิด”
“ได้สิ!”
ทั้งสองเดินเคียงข้างกัน ขณะที่ฉือยิงมีพลธนูติดตามมาราวสิบนาย เขามองหลินมู่อวี่และยิ้ม “สามปีก่อนเกิดสงครามในเมืองหลันเยี่ยน ข้าถูกส่งไปประจำการในเมืองหยาดสายัณห์ ต่อมาข้าได้รับการตอบแทนการทำงานหนักจากแม่ทัพหมินยวี่หลิ