น และได้เลื่อนยศให้เป็นผู้บัญชาการกองทัพเฉินกงใต้อาณัติเขา สามปีผ่านไปในพริบตา…ข้าอยู่ในกองทัพเฉินกงมาโดยตลอด และศึกในเมืองหลันเยี่ยนครานั้น ข้า…”
หลินมู่อวี่กล่าว “มันจบไปแล้ว ไม่เป็นไร”
“อืม”
ฉือยิงพยักหน้ารับ “โชคดีที่แม่ทัพหลวงไม่เป็นไร สรวงสวรรค์ช่างเมตตาต่อจักรวรรดิ และจักรพรรดิพระองค์แรกประทานพรแด่ท่านหลิน!”
“อื้ม” หลินมู่อวี่ยิ้มเล็กน้อยและเอ่ยเสียงแผ่วเบา “แม่ทัพอาวุโสฉือ ข้าดีใจที่ได้พบท่าน ทว่าข้ามิได้เป็นแม่ทัพหลวงอีกต่อไป ข้าไม่มีแม้แต่ยศทางทหารในการนำกองทัพ เห็นหรือไม่…ข้าเป็นเพียงผู้นำวิหารศักดิ์สิทธิ์ และกองทัพของข้าก็เป็นคนจากวิหารเช่นกัน…”
ฉือยิงยิ้ม “ในสายตาทหารผ่านศึกผู้นี้ ท่านเป็นแม่ทัพหลวงเสมอ กระนั้นท่านรู้สึกอย่างไรสำหรับภารกิจสำคัญในการขนส่งเสบียงเป็นครั้งแรก?”
หลินมู่อวี่ยิ้มอย่างมั่นใจ “ไม่ต้องกังวล ในแต่ละวันกองทหารหยางเว่ยหนึ่งแสนนายใช้เสบียงทำอาหารสองเกวียน และเราสามารถหาเพิ่มได้เรื่อยๆ ขณะนี้มีเสบียงกว่าสองพันเกวียน ซึ่งเพียงพอสำหรับครึ่งเดือน”
“เช่นนั้นข้าก็โล่งใจ”
ฉือยิงหรี่ตาลงและกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ท่านแม่ทัพหลวงเป็นราชบุตรบุญธรรมขององค์จักรพรรดิ และยังเป็นผู้นำวิหารศักดิ์สิทธิ์ ท่านมีสถานะที่พิเศษ และการลำเลียงธัญพืชและหญ้าเป็นหน้าที่ที่สำคัญที่สุดในกองทัพ อย่าทำผิดพลาดนะขอรับ”
“ข้ารู้ ขอบคุณท่านแม่ทัพอาวุโสที่เตือนข้า” หลินมู่อวี่กล่าวอย่างอ่อนโย