รอย่างไร?”
“ไม่เป็นไรขอรับ ข้ามีเงิน”
หลินมู่อวี่ดึงตั๋วทองหนึ่งล้านเหรียญส่งให้เกอหยาง “ชายเฒ่าที่อยู่กับอวี่จื้อหยานเคยมอบให้ ข้าคิดว่าเขาคงขูดเลือดขูดเนื้อจากประชาชนในมณฑลเทียนชู่ กระนั้นเราจำเป็นต้องใช้”
เกอหยางมองเงินจำนวนนั้นด้วยใบหน้าแดงก่ำ “ในชีวิตชายเฒ่ามิเคยเห็นเงินจำนวนมากถึงเพียงนี้…ส่งคนไปแลกเปลี่ยนมันเถิด ฮ่าๆ วิกฤตการเงินของวิหารได้รับการแก้ไขแล้ว…”
“พาคนไปเพิ่มด้วยขอรับ ระวังอย่าโดนปล้น…”
“มิต้องกังวล จะมีผู้ใดบังอาจปล้นเงินของวิหารศักดิ์สิทธิ์?”
เกอหยางหัวเราะอย่างบ้าคลั่งจนทำให้หลินมู่อวี่พูดไม่ออก ทว่าเงินในถุงสรรพสิ่งเริ่มลดน้อยลง หลินมู่อวี่เพิ่งใช้เงินหนึ่งล้านเหรียญทองในการสร้างค่ายทหาร ซื้ออาวุธและม้า
น่าเสียดาย หลังจากเหตุการณ์นองเลือดจากจักรวรรดิอี้เหอก็ไม่มีข่าวคราวของร้านค้าแห่งจักรวรรดิอีกเลย มันถูกแทนที่ด้วยร้านค้าอื่นมากมาย ซึ่งดูไม่น่าเชื่อถือที่จะทำการค้าด้วย กระนั้นหลินมู่อวี่ก็รู้ว่าพ่อลูกจินซ่านปังและจินเสี่ยวถังนั้นสาบสูญไปแล้ว
ขณะเดียวกันเสียงเคาะประตูดังขึ้นจากด้านนอก “ท่านแม่ทัพ หลัวอวี่ขอเข้าพบขอรับ”
“เข้ามา”
“ขอรับ!”
หลัวอวี่หนีบหมวกเหล็กของกองทหารมังกรผงาดไว้ใต้แขน เขาสวมเครื่องแบบทหารแห่งจักรวรรดิที่ดูน่าเกรงขามและเดินเข้ามา “ท่านแม่ทัพ ข้าเข้ามาแล้ว”
“มีสิ่งใดหรือ?” หลินมู่อวี่ยังคงอ่านม้วนหนังสือตรงหน้า “หลัวอวี่ เจ้าเป็นถึงรองผู้บัญชาก