ม่พึงใจเป็นแน่พ่ะย่ะค่ะ!”
ซูมู่หยุนมองค้อนใส่ถังหลานทว่าไม่กล่าวสิ่งใด
หลินมู่อวี่สูดหายใจลึก
เป็นครั้งแรกที่หลินมู่อวี่ได้รู้ว่าการเป็นจักรพรรดินีของฉินอินนั้นยากลำบากเพียงใด เพราะมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่อยู่ข้างนางจริงๆ!
เฟิงจี้สิงขมวดคิ้วกล่าว “ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ หากเหล่าขุนนางเห็นพ้องต้องกันว่าพระราชโองการมีข้อผิดพลาดเช่นนี้ คงไม่เหมาะสมหากจะแต่งตั้งให้หลินมู่อวี่เป็นราชา เว้นเสียแต่จะให้ตำแหน่งแม่ทัพแทน ด้วยคุณความดีอันเป็นที่กล่าวขานเขาสมควรได้รับมันอย่างไม่ต้องสงสัยพ่ะย่ะค่ะ”
ถังเสี่ยวซีกล่าวเสริม “ข้าก็คิดเช่นเดียวกันว่ามู่มู่ควรได้รับการแต่งตั้งให้เป็นแม่ทัพ”
ท่ามกลางเหล่าขุนนาง ชายคนหนึ่งในชุดทหารติดดาวทองสามดวงตรงปกเสื้อประสานหมัดเอ่ยขึ้น “ฝ่าบาท กระหม่อมในฐานะแม่ทัพที่ทำงานร่วมกับกระทรวงกลาโหม ตั้งแต่ฝ่าบาทได้ทรงออกคำสั่งให้มีการจัดระบบกองทัพอวี้หลินเดือนกรกฎาคมปีที่แล้วว่า…ผู้ใดก็ตามที่จะได้รับการเลื่อนตำแหน่ง ต้องเป็นผู้ที่มีคุณงามความดีจากการทำภารกิจ แม้ท่านหลินมู่อวี่จะสร้างความสำเร็จไว้มากมายเมื่อสามปีที่แล้ว ทว่าในตอนนี้เป็นศักราชใหม่…ด้วยร่างพระกฤษฎีกาฉบับล่าสุดที่พระองค์ทรงประกาศ กระหม่อมเกรงว่าคงจะขัดต่อข้อกฎหมายหากทรงยืนกรานจะแต่งตั้งเขา โปรดพระองค์ทรงพิจารณาข้อคิดเห็นของกระหม่อมด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
“ซือหลิง เจ้า…”
ฉินอินโกรธอย่างมากและต้องการริบตำแหน่งกระทรวงกลาโหมจ