ก่อนจะพูดเสียงติดขัดด้วยความตื่นเต้น “อาอวี่…เป็นอาอวี่จริงๆ ด้วย…อาอวี่กลับมาแล้ว…ดีเหลือเกิน…”
หลินมู่อวี่ยิ้มเล็กน้อย “ท่านปู่เกอหยาง ข้ากลับมาแล้วจริงๆ สามปีที่ผ่านมาเป็นอย่างไรบ้าง?”
เกอหยางน้ำตาซึม “ทันทีที่ผู้ดูแลอาวุโสสิ้นชีวิต วิหารศักดิ์สิทธิ์ล่มสลาย เราใช้เวลาถึงสามปีในการก่อตั้งขึ้นมาใหม่ ทว่า…มีหลายสิ่งที่แตกต่างไป วิหารไม่มีชีวิตชีวาและเจริญรุ่งเรืองเหมือนอย่างที่เคยเป็น…”
หลินมู่อวี่จับแขนของเกอหยาง “มิต้องกังวลขอรับ วิหารศักดิ์สิทธิ์จะกลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง ตราบใดที่เรามีความหวังในจิตใจ”
“อื้ม”
เกอหยางกล่าว “ดีแล้วที่อาอวี่กลับมา เมื่อสหายเฒ่าของข้าสละอำนาจ จากนี้เป็นต้นไปเจ้าจะเป็นผู้นำของวิหารศักดิ์สิทธิ์…”
“มิได้เจ้าค่ะ” ฉินอินกล่าว นางถอดผ้าคลุมศีรษะออกเผยให้เห็นใบหน้างาม “ท่านผู้ดูแลเกอหยาง พี่อาอวี่เพิ่งกลับมา และมีสิ่งที่ต้องทำมากมาย ท่านมิอาจขโมยเขาไปเช่นนี้…”
เกอหยางรีบประสานหมัดคำนับ “ถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท…”
“อย่ามากพิธีไป”
ฉินอินก้าวไปด้านหน้าและช่วยพยุงเกอหยาง นางกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ท่านผู้ดูแลเกอหยางเป็นทหารผ่านศึกที่มีบุญคุณต่อแผ่นดิน ข้าละอายใจหากท่านทำเช่นนี้ รีบลุกขึ้นเถิด!”
เกอหยางกล่าว “เหตุใดฝ่าบาทจึงมายังวิหารพร้อมอาอวี่ได้พ่ะย่ะค่ะ?”
ทันทีที่ถามออกไป เกอหยางนึกขึ้นได้ว่าฉินอินและหลินมู่อวี่อาจมาในฐานะคู่รัก เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่าตนถามมากเ