ั้นก็ต้องตกตะลึงเมื่อเห็นคนตรงหน้าซึ่งทำให้พวกเขาพูดไม่ออก…
หลินมู่อวี่ยืนอยู่ที่นั่นในเสื้อคลุมของจักรวรรดิ ใบหน้าเขายังคงเหมือนเดิมราวกับเป็นหลินมู่อวี่คนเดิมเมื่อสามปีก่อน เขาประสานหมัดและยิ้ม “ยินดีที่ได้พบทุกคน…ข้าหลินมู่อวี่กลับมาแล้ว”
…
“เจ้า…” เฟิงจี้สิงตกตะลึง ดวงตาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ “อาอวี่?”
เว่ยโฉวยืนนิ่งงัน “ท่านแม่ทัพ…”
เซี้ยโหวซาง “ท่านหลิน…”
มีเพียงถังเสี่ยวซีเท่านั้นที่เดินตรงไปพร้อมดวงตาที่แสดงความรักใคร่อย่างไม่ปิดบัง “นี่…มู่มู่จริงหรือ?”
หลินมู่อวี่ยิ้มเล็กน้อย “เสี่ยวซี เจ้าดูงดงามขึ้นอีกแล้ว…”
ถังเสี่ยวซีรู้ทันทีว่านี่คือตัวจริง ไม่มีใครกล้าพูดกับตนเช่นนี้อีกแล้ว น้ำตาไหลรินขณะที่กล่าวว่า “มู่มู่ ข้ามีของขวัญจะให้แก่เจ้า”
“สิ่งใดหรือ?”
ถังเสี่ยวซีก้าวไปด้านหน้าและเขย่งเท้า รสจูบหอมหวานประทับลงบนริมฝีปากหลินมู่อวี่เพียงสัมผัส ทว่านี่เป็นสิ่งที่ถังเสี่ยวซีเป็น…นางกล้าที่จะรักหรือเกลียดอย่างตรงไปตรงมา เมื่อนาง ‘จุมพิต’ เสร็จ ใบหน้าเปลี่ยนเป็นแดงก่ำและถอยหลังกลับ ก่อนจะมองหลินมู่อวี่และกล่าวว่า “มู่มู่…เจ้าคิดถึงข้าหรือไม่?”
“อื้ม…” หลินมู่อวี่คร่ำครวญในใจ นี่ไม่ดีเลย…เสี่ยวอินยืนอยู่ด้านข้าง นางจะฆ่าข้าหรือไม่?
ฉินอินกัดริมฝีปากแน่นทำอะไรไม่ถูก ขณะที่ภายในใจมีน้ำตาไหลริน “เสี่ยวซี สหาย…ข้ายัง…”
…
ขณะที่เด็กสาวทั้งสองมีสิ่งที่ต้องคิดมากมายในใจ เฟิงจี้สิงรีบวิ่งเ