ียงหลินมู่อวี่ เว่ยโฉว เซี้ยโหวซาง และคนอื่นที่ยังอยู่ ขณะที่ฉินเหลย ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยน จู้เก่ออวิ๋น และบุคคลสำคัญมากมายเสียชีวิตเพื่อแผ่นดิน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าโศกเศร้า
ช่วงค่ำวันเดียวกันมีข่าวส่งมาจากระยะไกลว่า ถังเสี่ยวซีนำกองทหารแห่งจักรวรรดิสองพันนายมายังเมืองหลันเยี่ยน ขณะที่หลินมู่อวี่ซ่อนตัวอยู่ในตำหนักเจ๋อเทียนเพื่อฝึกฝน ราชาปีศาจเจ็ดประทีปได้ทิ้งดาบขึ้นสนิมไว้ให้หลอมหนึ่งเล่ม แต่ไม่ว่าหลินมู่อวี่จะพยายามมากเพียงใดก็มิสามารถหลอมมันได้ ดูเหมือนว่าดาบเล่มนี้จะไม่ได้หลอมขึ้นจากเหล็กธรรมดา
ฉินอินไปพบถังเสี่ยวซีด้วยตนเอง ขณะที่หลินมู่อวี่รออยู่ด้านในเป็นเวลานาน กระทั่งมีเสียงดังขึ้นจากด้านหน้าโถง ฉินอินและถังเสี่ยวซีกลับมาแล้ว อีกทั้งยังได้ยินเสียงเฟิงจี้สิง เว่ยโฉว และเซี้ยโหวซาง
“คนในสำนักอัศวินเจ้าเล่ห์เกินไป พวกมันฆ่าทุกคนราวกับแมลงสาบ” เฟิงจี้สิงกล่าวอย่างขมขื่น
เว่ยโฉวกล่าว “มิเป็นไรขอรับ เราจะต้องทำสำเร็จ”
ถังเสี่ยวซีกล่าว “พวกเจ้าสามารถพิชิตสำนักอัศวินได้ทุกหนแห่ง มิจำเป็นต้องกังวล ส่วนข้า…อยู่ที่เมืองหน้าด่านมาสามเดือนและน่าเบื่อหน่ายยิ่งนัก จริงสิเสี่ยวอิน…เราควรออกไปล่าสัตว์อีกเมื่อใด?”
“ก่อนอื่นข้ามีสิ่งที่จะทำให้เจ้าประหลาดใจ”
“โอ้ สิ่งใดหรือ?”
“หยุดก่อน ห้ามขยับ”
ฉินอินยิ้มและโบกมือให้ตามมา “เข้ามาในโถงด้านหลังสิ แล้วดูว่านี่คือผู้ใด?”
ทุกคนทยอยเดินเข้ามาทีละคน จากน