ม้แต่จางเหว่ยก็มิใช่คู่ต่อสู้ของท่าน”
หลินมู่อวี่หัวเราะเสียงดัง “พี่จางใช้เพียงความกล้าของทหารในการต่อสู้ ซึ่งมันแตกต่างกัน แม้ว่า…พลังของท่านจะพัฒนาขึ้นในสามปีนี้ ข้าก็สามารถเอาชนะท่านได้เป็นสิบครั้ง…”
จางเหว่ยพูดไม่ออก “ข้าไม่ต้องการสนทนากับท่านหลินมู่อวี่อีกต่อไปแล้ว…”
…
เมื่อทุกคนกลับมารวมตัวกันอีกครั้งหลังห่างหายไปนาน ฉู่เหยาจึงสั่งให้จัดงานเลี้ยงฉลองในสมาพันธ์โอสถและเชิญชวนทุกคนมาดื่ม นางไม่ได้ออกจากสมาพันธ์กระทั่งเช้าตรู่ หลังจากนั้นจางเหว่ยกลับไปยังค่ายกองทัพองครักษ์ ขณะที่หลินมู่อวี่พาฉินอินกลับวิหาร
ความคิดถึงของฉินอินที่มีต่อหลินมู่อวี่นั้นลึกล้ำจนถึงขั้นที่มิต้องการห่างจากกันอีก ไม่มีทางเลยที่หลินมู่อวี่จะหลับลงในค่ำคืนนี้…ขณะที่มีฉินอินนอนข้างกายและกอดแขนหลินมู่อวี่ราวกับกลัวเขาจะบินหายไป
แสงจันทร์สาดส่องลงมาบนใบหน้างามที่หลับใหล หลินมู่อวี่มองนางแล้วรู้สึกสุขใจ สามปีที่ต่อสู้อย่างเจ็บปวด…ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะลงเอยเพื่อความหอมหวานและความสุขของช่วงเวลานี้ ตราบใดที่นางอยู่เคียงข้าง…ความทุกข์ทรมานก็มิอาจทำร้ายหลินมู่อวี่ได้
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้นหลังจากแต่งตัว หลินมู่อวี่ไปส่งฉินอินกลับตำหนักเจ๋อเทียน
หลินมู่อวี่ยังคงสวมชุดองครักษ์อวี้หลินแม้จะไม่มีตำแหน่งนี้ในตำหนักอีกต่อไป หลังจากการต่อสู้ในเมืองหลันเยี่ยน…ทำให้เหลือองครักษ์อวี้หลินเพียงสองร้อยนายเท่านั้น เกรงว่าจะเหลือเพ