ทองพวยพุ่งโอบร่างของฉู่เหยาไว้ทัน ก่อนจะพานางมาถึงฝั่ง
“อาอวี่…”
ฉู่เหยามองเขาอย่างตกตะลึง “อาอวี่…ข้ามิได้ฝันไปใช่หรือไม่?”
ฉินอินหัวเราะแผ่วเบาด้านข้างหลินมู่อวี่ “หากท่านกำลังฝัน พี่อาอวี่คงไม่ปรากฏตัวพร้อมกับข้า”
ใบหน้าฉู่เหยาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ “ถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท…”
“ลุกขึ้นเถิดพี่ฉู่เหยา”
ฉู่เหยารีบมองไปยังหลินมู่อวี่อีกครั้ง “เกิดสิ่งใดขึ้น…บอกข้าทีว่านี่คือความจริง…เร็วสิ”
หลินมู่อวี่ไม่ได้ตอบกลับ ก่อนจะเดินไปสวมกอดฉู่เหยาไว้ในอ้อมแขน “สามปีที่เสียชีวิต ข้ากังวลอย่างมากว่าท่านและเสี่ยวอินจะเกิดอุบัติเหตุหรือถูกสัตว์ร้ายของจักรวรรดิอี้เหอฆ่าตาย ดีเหลือเกินที่ท่านปลอดภัย”
ฉู่เหยาน้ำตาไหลรินและตัวสั่นเทา “ข้ารู้เพียง…อาอวี่ตามหาข้าในเมืองหลันเยี่ยน และเจอกับลั่วหลาน…ขะ…ข้าเป็นคนทำให้อาอวี่ตาย…”
“อย่าโทษตนเองเช่นนั้น” หลินมู่อวี่พึมพำ “หากท่านต้องการโทษใครสักคน ควรโทษลั่วหลานผู้เป็นเซียนแต่กลับสังหารผู้คนบริสุทธิ์”
จากนั้นหลินมู่อวี่ปล่อยฉู่เหยาออกจากอ้อมแขนและกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ดูเหมือนว่าพี่ฉู่เหยาจะไม่ยอมขี้เกียจตลอดสามปีที่ผ่านมา พลังยุทธ์ของท่านดูแข็งแกร่งขึ้นมาก”
“อย่าล้อข้าสิ” ฉู่เหยาหน้าแดงและกล่าวว่า “เมื่อเทียบกับเจ้าและองค์จักรพรรดินีแล้ว พลังยุทธ์ของข้าน้อยนิดยิ่งนัก…”
จางเหว่ยประสานหมัด “ผู้ดูแลฉู่เหยาถ่อมตนเกินไป ท่านเป็นถึงผู้นำสมาพันธ์โอสถ ในแง่พลังต่อสู้ แ