ะบอกว่า…เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงงานทหารเลยเสี่ยวอิน”
ซูมู่หยุนคลี่ยิ้ม “ตาจะจัดการทุกอย่างให้เจ้าเอง ตอนนี้ข้าง่วงแล้วคงต้องขอตัวไปนอนก่อน ทหารองครักษ์…อารักขาพระองค์ให้ดี”
ทหารองครักษ์หยาดสายัณห์ด้านนอกประสานหมัด “ขอรับท่านหยุนกง”
ฉินอินนั่งนิ่ง แววตากวาดมองไปมาอย่างอัปยศอดสู
หลังซูมู่หยุนออกไปได้ไม่นาน ก็มีเสียงเคาะประตูจากด้านนอก “ท่านแม่ทัพจางเหว่ยรองผู้บัญชาการกองทัพองครักษ์ขอเข้าพบพ่ะย่ะค่ะ แจ้งว่ามีเรื่องสำคัญอยากรายงาน”
“จางเหว่ยหรือ?”
ฉินอินงงงันก่อนจะตอบ “เชิญท่านจางเหว่ยเข้ามาได้”
“พ่ะย่ะค่ะ!”
จางเหว่ยเปิดประตูเข้ามาพร้อมกับนายทหารชุดขาวตามมาด้านหลัง เขาใช้ผ้าคลุมปิดบังใบหน้าไว้ทำให้ดูไม่ออกว่าเป็นใคร
จางเหว่ยประสานหมัด “ยินดีด้วยพ่ะย่ะค่ะ!”
“…”
ฉินอินลุกขึ้นช้าๆ เมื่อจางเหว่ยเดินเข้า นางไม่ชายตามองจางเหว่ยแม้แต่น้อย สายตาคู่นั้นจับจ้องผู้ที่อยู่ด้านหลังจางเหว่ย ชายผู้สวมชุดเกราะอวี้หลินที่ถูกยกเลิก แม้มันจะดูแสนธรรมดาและไม่น่าจดจำก็ตาม ด้ามกระบี่โผล่พ้นเสื้อคลุมด้านหลังที่นางคุ้นเคยเป็นอย่างดี ไหล่ของฉินอินสั่นเล็กน้อยก่อนเดินลงจากบัลลังก์ “เจ้าดึงผ้าคลุมออกได้หรือไม่?”
หลินมู่อวี่เลิกผ้าคลุมขึ้น เผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาพร้อมรอยยิ้มอันอบอุ่นที่คุ้นเคย
“เสี่ยวอิน…สบายดีหรือไม่?”
………………………………….