ปู้ไห่เดินออกจากกระโจมอย่างเชื่องช้า เผยให้เห็นรอยบากสามแห่งบนใบหน้าซึ่งดูน่าเกรงขาม เขาหัวเราะและกล่าวว่า “สมแล้วที่เป็นเฟิงจี้สิง ทว่าน่าเสียดาย ไม่ว่าเจ้าจะแข็งแกร่งมากเพียงใด ก็มิอาจย้อนกลับไปก่อนที่จักรวรรดิจะล่มสลาย จงยอมรับโชคชะตาที่พระเจ้าเป็นผู้ตัดสินซะ!”
ทันใดนั้นปู้ไห่ก็ยกแขนขึ้นพร้อมวิญญาณยุทธ์พวยพุ่งออกมา มันคือหมาป่าเพลิง ซึ่งคล้ายกับหมาป่าเพลิงสายฟ้าม่วงของเฟิงจี้สิง…ทว่าทรงพลังยิ่งกว่า แน่นอนว่าหมาป่าเพลิงระดับเก้านั้นต้องแข็งแกร่งกว่าหมาป่าเพลิงสายฟ้าม่วงระดับแปดอยู่แล้ว!
เฟิงจี้สิงเช็ดเลือดจากมุมปาก เขาถือดาบด้วยมือทั้งสองพร้อมพูดด้วยรอยยิ้ม “เข้ามา!”
ในฐานะจอมยุทธ์จักรพรรดิสวรรค์ เขามีพลังเพียงพอที่จะต่อสู้กับขอบเขตปราชญ์!
‘ตูม ตูม ตูม!!”
หลังจากเกิดการระเบิดสามครั้ง ทำให้ค่ายกองทัพจักรวรรดิตกอยู่ในความโกลาหล ทหารจำนวนนับไม่ถ้วนถือคบเพลิงรายล้อมจากทุกทิศ ขณะที่พลธนูเล็งลูกศรไปยังปู้ไห่
‘ผัวะ!’
หมัดทั้งสองปะทะกันรุนแรงจนทำให้เฟิงจี้สิงกระเด็นออกไป ขณะที่ดวงตาตู้ไห่แปรเปลี่ยนเป็นเย็นชา เขารู้ดีว่าแผนการลอบโจมตีค่ำคืนนี้ล้มเหลว เนื่องจากกองทหารเตรียมการมาอย่างดี อีกทั้งเฟิงจี้สิงมิได้อ่อนแอดังที่คาดคิด เขาเป็นผู้บัญชาการกองทัพองครักษ์และมีพลังที่น่าเกรงขาม ซึ่งปู้ไห่อาจต้องโจมตีถึงห้าสิบครั้งกว่าจะเอาชนะเฟิงจี้สิงได้ แต่ปู้ไห่ไม่มีเวลามากถึงเพียงนั้น ด้วยเหตุที่ว่า