ืนโลก ขณะนี้เป็นช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วง อากาศเย็นจับตัวกันเป็นหิมะตกลงมาจากท้องนภา
หลินมู่อวี่วางเหรียญเพชรไว้บนโต๊ะบ้านนายพรานและจากไปโดยไม่บอกลา เขาสวมชุดพรานป่าพร้อมผูกถุงสรรพสิ่งไว้ที่เอว และมัดกระบี่วิญญาณมังกรไว้ด้านหลัง หลินมู่อวี่แต่งตัวราวกับอัศวินแห่งขุนเขา
หลินมู่อวี่เดินไปตามถนนขรุขระบนภูเขาอย่างเชื่องช้า กระทั่งพระอาทิตย์ลอยเหนือศีรษะก็หยิบขนมปังชิ้นใหญ่ออกจากถุงมิติและกัดเข้าไปคำใหญ่ เขารู้สึกว่าแม้แต่ของที่อร่อยที่สุดก็ไม่สามารถเปรียบเทียบได้กับความสุขที่ได้กลับมามีชีวิต
รสชาติน้ำในถุงมีความหวานแฝงอยู่ นี่คือน้ำพุบนภูเขาที่ครอบครัวนายพรานมอบให้ หลังดื่มเข้าไปไม่กี่อึก หลินมู่อวี่ออกเดินทางต่อ
ไม่ไกลออกไปมีร่างหนึ่งปรากฏขึ้นจากป่าด้านข้าง เป็นชายชราสวมชุดสีทองและมีเลือดอาบแขน ชายผู้นี้คือปู้ไห่ที่ได้รับบาดเจ็บมาก่อนหน้า เขาเดินเข้าไปหาทันทีที่เห็นหลินมู่อวี่ “เจ้าหนุ่ม ข้าขอถามหน่อย…เจ้ารู้หรือไม่ว่ามณฑลชางหนานไปทางใด?”
“มณฑลชางหนาน?”
หลินมู่อวี่เอื้อมมือและชี้ไปทางทิศตะวันออก “มันควรจะเป็นทิศทางนี้ เพียงเดินตามถนนไปเรื่อยๆ ขอรับ”
“ขอบคุณ!”
ปู้ไห่ประสานหมัดและยิ้ม ทว่าสายตาจับจ้องอยู่ที่ด้ามกระบี่วิญญาณมังกรซึ่งมัดติดอยู่กับหลังของหลินมู่อวี่ “ดูการแต่งตัวแล้วเจ้าคงเป็นพรานล่าสัตว์ หาได้ยากจริงๆ ที่พรานป่าในหมู่บ้านขนาดเล็กจะมีกระบี่ยาวประณีตเช่นนี้”
“โอ้?”
ทักษะชีพจรวิญ