กล่าวด้วยรอยยิ้ม “ท่านหลานกง เสียวอินมีบางสิ่งที่ไม่รู้ว่าควรกล่าวหรือไม่”
ถังหลานตะลึงไปชั่วขณะก่อนกล่าวว่า “องค์หญิงอิน โปรดตรัสมาเถิด กระหม่อมฟังอยู่พ่ะย่ะค่ะ…”
“เสี่ยวซีบัญชาการกองทัพได้อย่างยอดเยี่ยมและใช้เวลาส่วนใหญ่กับทหารค่ายเจียนเฟิงทั้งสี่หมื่นนายภายใต้การนำของถังเจิ้น ไม่ดีกว่าหรือ…หากยกกองทัพทหารค่ายเจียนเฟิงสี่หมื่นนายนี้แก่ถังเสี่ยวซี? เมืองหลันเยี่ยนล่มสลายและจำเป็นต้องฟื้นฟู ข้าต้องการให้เสี่ยวซีครอบครองกองทัพเจียนเฟิงสี่หมื่นนายและเป็นกำลังแก่จักรวรรดิ ก่อนที่จะแต่งตั้งกองทัพแห่งจักรวรรดิใหม่อีกครั้ง ตกลงหรือไม่?” ฉินอินมองถังหลาน
ถังหลานยังคงดูสงบนิ่งขณะที่ประสานหมัด “องค์หญิงอินเป็นรัชทายาทแห่งจักรวรรดิ พระราชดำรัสของพระองค์จึงเป็นคำประกาศิต กองทัพค่ายเจียนเฟิงจากเมืองชีไห่จะเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพแห่งจักรวรรดิพ่ะย่ะค่ะ”
“ดี…”
ฉินอินยิ้มเล็กน้อย “เลื่อนยศถังเจิ้นเป็นแม่ทัพทิศตะวันตก และทหารม้าทั้งสี่หมื่นนายจะได้ชื่อว่าเป็น ‘ทหารแห่งจักรวรรดิ’ ซึ่งอยู่ภายใต้การบัญชาของท่านถังเจิ้น อีกทั้งต้องปฏิบัติตามคำสั่งถังเสี่ยวซีทุกอย่าง และมิต้องฟังผู้ใดนอกเหนือจากข้าและเสี่ยวซี เข้าใจหรือไม่?”
ถังเจิ้นประสานหมัดอย่างตื่นเต้น “น้อมรับบัญชาพ่ะย่ะค่ะ…”
ถังเสี่ยวซีแอบหัวเราะ “เสี่ยวอินนี่ปราดเปรื่องจริงๆ…”
เห็นได้ชัดว่าฉินอินพยายามแยกอำนาจทางทหารออกมาซึ่งคงทำให้ถังหลานไม่เต็มใ