ื่อคัดเลือกทหารอีกหนึ่งแสนนายภายในเวลาหนึ่งเดือนพ่ะย่ะค่ะ”
“ขอบคุณท่านหลานกงที่ทำงานหนัก” ฉินอินยิ้มเล็กน้อย
ท่ามกลางฝูงชน นายพลหลิงหนานเทียนประสานหมัดกล่าว “องค์หญิงอิน กระหม่อมผู้เป็นทหารผ่านศึกได้รวบรวมกองกำลังรอบเมืองหลันเยี่ยนและได้ผู้เข้าร่วมทั้งสิ้นกว่าเจ็ดพันนาย พร้อมรับคำบัญชาพ่ะย่ะค่ะ”
“ขอบคุณนายพลหลิง” ฉินอินพยักหน้าอีกครั้ง
ทันใดนั้นฉินเหยียนบุตรของอ๋องจี้หนิงผู้ยืนอยู่ด้านหลังถังหลานพลันขมวดคิ้วและตะโกนด้วยความโกรธ “ทุกคนต่างก็เป็นองค์ชายของจักรวรรดิที่มีกองกำลังหลายแสนในมือ เช่นนั้นขณะที่ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยน หลินมู่อวี่ เฟิงจี้สิง และฉินเหลยต่อต้านกองทัพแห่งจักรวรรดิอี้เหอจนตัวตาย พวกเจ้าซุกหัวอยู่แห่งหนใด? ทหารนับแสนในมืออันตรธานหายไปเหรอ? หรือว่าพวกเจ้า…เพียงรอจนกระทั่งจักรวรรดิล่มสลาย ก่อนจะโผล่หัวออกมาแบ่งกันกินซุปในหม้อ?”
ด้วยคำพูดนี้ ทำให้ถังหลาน ซูมู่หยุน หลิงหนานเทียน และคนอื่นๆ ต่างตกตะลึง
ขณะเดียวกันฉินอินยืนขึ้นและเอ่ยอย่างอ่อนโยน “ฉินเหยียน พูดอะไรไม่ได้ความ…หิมะตกหนักปิดกั้นเส้นทางสายเก่าในมณฑลอวิ้นจง จึงทำให้เมืองหยาดสายัณห์ไม่สามารถส่งกองกำลังเสริมมาให้เมืองหลันเยี่ยนทันเวลา สำหรับมณฑลชีไห่ มิใช่ว่าเสี่ยวซีนำกองทหารห้าหมื่นนายมาช่วยแล้วรึ? ข้าเชื่อว่าเสนาบดีของจักรวรรดิทุกคนต่างก็จงรักภักดี”
ฉินเหยียนกัดฟันแน่น “พ่ะย่ะค่ะองค์หญิง…”
ฉินอินเงยหน้ามองถังหลานและ