รวรรดิอี้เหอสังหารผู้คนในเมืองหลันเยี่ยนไปเท่าใด”
ถังเจิ้นกล่าวอย่างเคร่งขรึม “ไม่มีจำนวนที่แน่นอนในขณะนี้ เมืองหลันเยี่ยนมีพลเรือนอย่างน้อยหนึ่งล้านคน หากเราเก็บศพจากทั้งในและนอกเมือง อาจเพียงพอที่จะนับจำนวน กระนั้นก็ยังมีชาวบ้านอีกหลายครัวเรือนที่หลบหนีออกไปได้ เมืองหลันเยี่ยนสูญเสียประชากรมหาศาล รวมทั้งหมู่บ้านรอบบริเวณก็เกิดการนองเลือดหลายครั้ง ข้าเกรงว่าเมืองหลันเยี่ยนที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองอันดับหนึ่งของแผ่นดินคงมีประชากรราวห้าล้านคน อาจเป็นดั่งฟ้าประทานพรหากสามารถรักษาประชาชนได้ครึ่งหนึ่ง”
“อืม”
ถังเสี่ยวซีนั่งบนบัลลังก์และกล่าวว่า “หลังจากศพเริ่มเน่าเปื่อย อาจเกิดโรคระบาดได้อย่างง่ายดาย ดังนั้นจัดกำลังคนเพื่อฝังและเผาศพพวกเขาทันที อีกทั้งส่งสาส์นเรียกผู้คนกลับมา ถังเจิ้นจงตั้งค่ายพักในเมืองหลันเยี่ยน ให้เหล่าทหารช่วยกันฝังศพ ซ่อมกำแพงเมืองและบ้าน ให้พวกเขาฟื้นฟูความสงบและการค้าโดยเร็วที่สุด ข้าไม่สามารถปล่อยให้เสี่ยวอินเห็นร่างไร้ชีวิตของผู้คนเมื่อกลับมา เอาล่ะ คงต้องเป็นงานที่หนักหนาสาหัส”
“พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมน้อมรับคำบัญชา” ถังเจิ้นประสานหมัดและกล่าวว่า “องค์หญิงซี กองทัพเผ่าพันธุ์อสูรเข้ามาในเมืองแล้ว ทว่าพวกเขามิใช่มนุษย์ เมื่อท่านหลานนำกองทหารทั้งหนึ่งแสนนายมาถึง ข้ากังวลว่าจะเกิดการเข้าใจผิด จึงคิดว่า…เผ่าพันธุ์อสูรช่วยพวกเรากอบกู้เมืองหลวงแล้ว เช่นนั้นควรส่งพวกเขากลับไ