งหลันเยี่ยนเช่นนี้ คงไม่เป็นผลดีกับเรามากนัก”
ซูอวี่ตะลึง “ตราบใดที่เราไปรับเสี่ยวอินและช่วยนางขึ้นเป็นจักรพรรดินี ถังเสี่ยวซีจะต้องไม่ปฏิเสธให้เราเข้าไปในเมืองอย่างแน่นอน”
“อย่ารีบร้อนไป เคลื่อนทัพเถิด เราต้องคุยกับเสี่ยวอินก่อน”
“เจ้าค่ะ”
เมื่อกองทัพเมืองหยาดสายัณห์มาถึงเชิงภูเขาหลงหยาน ก็ทำให้ผู้คนต่างหวาดกลัว ทว่าเมื่อเห็นกองทัพของเมืองหยาดสายัณห์ชูธงศึกดอกจื่อยินประจำจักรวรรดิ หลัวอวี่เป็นคนแรกที่ก้าวออกมาและออกคำสั่ง “หน่วยสอดแนม จงลงไปตรวจสอบว่าเป็นกองทัพจากที่ใด จะได้ไม่ตกหลุมกลอุบายของจักรวรรดิอี้เหอ”
“ขอรับ”
หน่วยสอดแนมคนหนึ่งเดินถือธงดอกจื่ออินตรงไปยังด้านหน้ากองทัพของเมืองหยาดสายัณห์ ก่อนจะกล่าวเสียงดัง “ท่านหลัวอวี่ส่งข้ามาถามว่า ทหารและม้าของพวกท่านมาจากแห่งหนใด?”
ท่ามกลางฝูงชนซูมู่หยุนขี่ม้าออกมาอย่างเชื่องช้าและประสานหมัดกล่าว “ผู้ครองมณฑลอวิ้นจง…ซูมู่หยุน โปรดทูลองค์หญิงอินว่าพระอัยกาอยู่ที่นี่”
หน่วยสอดแนมผงะและเบิกตาโต “นะ…นี่คือกองทัพของเมืองหยาดสายัณห์จริงหรือ?”
ซูอวี่กล่าว “มีสิ่งใดผิดปกติหรือ? ข้าเป็นพระปิตุจฉาขององค์หญิงอิน แม่ทัพซูอวี่แห่งกองทัพฉินหลง โปรดทูลความจริงแก่องค์หญิงอินด้วย”
“ขอรับ”
หน่วยสอดแนมกลับไปยังค่าย ฉินอิน ฉู่เหยา ฉินเหยียนและคนอื่นๆ บนภูเขาเข้ามารับฟังข่าว จากนั้นฉินอินดูตื่นเต้นมาก “ท่านตาอยู่ที่นี่จริงหรือ?”
“พ่ะย่ะค่ะองค์หญิง” หลัวอวี