่ประสานหมัด “เป็นเรื่องจริง”
ฉินอินตื่นเต้นมาก นางขี่ม้าและพูดด้วยรอยยิ้ม “ทุกคนตามข้ามาเถิด เพื่อไปพบท่านตา”
“พ่ะย่ะค่ะ”
คนกลุ่มหนึ่งเดินทางลงจากภูเขา เมื่อมาถึงด้านล่างก็พบซูมู่หยุนและซูอวี่จากระยะไกล ดวงตาฉินอินเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ น้ำตาไหลรินขณะที่กระโดดเข้าสู่อ้อมแขนของซูมู่หยุน “ท่านตา เหตุใดจึงอยู่ที่นี่?”
ซูมู่หยุนตัวสั่นเทาขณะที่ลูบศีรษะนางแผ่วเบา “อย่าเพิ่งร้องไห้เสี่ยวอิน และอย่าโทษข้าเลย…ข้าไม่สามารถส่งกองกำลังมาทันเวลา”
“เสด็จพ่อสิ้นพระชนม์แล้ว ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนเองก็เช่นกัน” ฉินอินค่อยๆ ผละออกจากอ้อมแขน “ท่านตา มาฟังข่าวดีจากท่านดีกว่า บอกข้าทีว่าเกิดอะไรขึ้นกับพี่อาอวี่ และเขาอยู่ที่ไหน”
ใบหน้าซูมู่หยุนหมองหม่นทันทีและไม่ได้พูดสิ่งใด
ซูอวี่ด้านข้างลงจากม้าเข้ามาลูบไหล่ฉินอินแผ่วเบา “เสี่ยวอิน หลินมู่อวี่…ถูกลั่วหลานขัดขวางในเมืองหลันเยี่ยนจนต้องสละชีพ…”
“ว่าอย่างไรนะ…”
ฉินอินยืนนิ่งงันขณะที่น้ำตาไหลออกจากดวงตาทั้งสอง วิญญาณยุทธ์สีทองลุกโชนปกคลุมร่างกายอย่างบ้าคลั่ง ทำให้ซูอวี่และซูมู่หยุนต้องถอยห่าง วินาทีต่อมาฉินอินทรุดตัวลงกับพื้นพร้อมพึมพำราวกับสูญเสียจิตวิญญาณ “ไม่นะ…ไม่…ไม่…”
ซูมู่หยุนไม่สบายใจเมื่อเห็นดังนั้น “เสี่ยวอิน…โปรดเข้มแข็งไว้ จักรวรรดินี้ต้องการเจ้า”
หลัวอวี่ เฟิงสี่ ฉินเหยียน เว่ยโฉว และคนอื่นๆ คุกเข่าไปด้านเมืองหลันเยี่ยน ดวงตาเว่ยโฉวแดงก่ำพร้อมกล่าวเสี