ถังเสี่ยวซีหยิบเหรียญออกมาจากแขน มันคือป้ายเหล็กตระกูลถัง “ถังเจิ้น ข้าขอสั่งให้เจ้าส่งกองกำลังห้าหมื่นนายไปยังเมืองหลันเยี่ยนทันที รวมทั้งส่งทหารม้าไปยังเมืองหน้าด่านอสูร และให้หลิงหูเหยียนจัดกองทัพอสูรหนึ่งแสนตนเพื่อเข้าร่วมเป็นกำลังเสริมแก่เมืองหลันเยี่ยน!”
“ทว่าองค์หญิง…”
“เจ้าจะต่อต้านคำประกาศิตของป้ายเหล็กตระกูลถังหรือ? เจ้ายังเป็นแม่ทัพแห่งตระกูลถังและแม่ทัพแห่งจักรวรรดิฉินหรือไม่?”
“ขะ…ข้า…” ถังเจิ้นกัดฟันพูด “กระหม่อมน้อมรับคำสั่งพ่ะย่ะค่ะ!”
ดวงตาคู่งามมองขึ้นไปยังดวงดาราบนท้องฟ้าทางใต้และพึมพำ “มู่มู่ เสี่ยวอิน โปรดรอจนกว่าข้าจะกลับไป พวกเจ้าห้ามตายเด็ดขาด…”
…
ทุกหนแห่งของเมืองหลันเยี่ยนและกำแพงเมืองถูกทำลาย
กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง ขณะที่หลินมู่อวี่ขี่ม้าตามถนนทงเทียนอย่างเชื่องช้าผ่านกองซากศพเย็นที่มีแมลงวันไต่ตอม ไกลออกไปทหารจักรวรรดิอี้เหอจัดงานเลี้ยงอาหารค่ำ พวกเขาล้อมรอบกลุ่มผู้หญิงของเมืองหลันเยี่ยนที่อยู่ตรงกลาง และมีกองไฟกำลังแผดเผา ทหารเหล่านี้มองดูหญิงสาวกรีดร้องอย่างสนุกสนาน
หลินมู่อวี่กำหมัดแน่นขณะที่วิญญาณยุทธ์เกาะอยู่บนแขน ทว่าสุดท้ายก็ต้องอดทนไว้ ใช่…เขายังมีสิ่งสำคัญยิ่งกว่าจะต้องทำ และไม่สามารถทิ้งชีวิตอยู่ที่นี่
หลินมู่อวี่เดินทางมาวิหารอย่างเงียบงัน ก่อนจะพบว่ามีไฟไหม้ใหญ่ด้านใน และมีเปลวเพลิงโหมกระหน่ำสมาพันธ์นกกระจอกเพลิงจากระยะไกล ทั่วทั้งจักรวรรดิกำล