ังจมดิ่งสู่ความตาย
ด้านหน้าวิหารมีปล่องขนาดใหญ่ หลินมู่อวี่เห็นดังนั้นก็ขมวดคิ้วและใช้ทักษะชีพจรวิญญาณตรวจ เขาพบร่องรอยของพลังวิญญาณเป็นริ้วอยู่บนหิน หลินมู่อวี่ลงจากม้าและไปตรวจสอบก็พบศิลาชิงหมิงที่เคยมอบเป็นของขวัญแก่เหล่ยหง และเหล่ยหงเคยกล่าวไว้จะไม่ทิ้งมันแม้ตัวตาย
ลมหายใจที่คุ้นเคยอบอวลอยู่ในอากาศรอบตัว นี่คือปราณของเหล่ยหง ทว่าหลินมู่อวี่ไม่สามารถสัมผัสได้ถึงพลังชีวิตของผู้อาวุโส เหล่ยหงได้จากไปแล้วพร้อมสายลม…
หลินมู่อวี่หยิบศิลาชิงหมิงขึ้นมา ร่างกายสั่นเทิ้มพร้อมความโศกเศร้าถาโถมเข้าใส่ หลินมู่อวี่ทรุดตัวลงกับพื้นและงอตัว ก่อนจะร้องไห้อย่างเจ็บปวดท่ามกลางสายลมหนาว
เหล่ยหงเสียชีวิตในการต่อสู้ และวิหารก็ถูกเผาไหม้
ทว่า…ฉู่เหยาอยู่ที่ไหน?
หลังจากนั้นไม่นานหลินมู่อวี่ก็ยืนขึ้นท่ามกลางซากปรักหักพังอีกครั้ง เจี๋ยดี่ส่งเสียงร้องราวกับรอให้เจ้านายออกคำสั่ง มันเป็นม้าที่ดีมาก แม้จะไม่ได้กินอาหารมาสองถึงสามวันแล้ว แต่มันก็ยังทรหด หลินมู่อวี่หันม้ามาด้านสมาพันธ์โอสถที่อยู่ตรงข้าม ประตูด้านหน้าพังทลาย เขาขี่ม้าเข้าไปอย่างเชื่องช้า ภายในโถงหลักเต็มไปด้วยกองซากศพของนักปรุงโอสถ ทว่าไม่มีศพของฉู่เหยา
“อย่าฆ่าข้า…อย่าฆ่าข้า…”
ทันใดนั้นก็มีเสียงดังมาจากบริเวณตู้ใส่โอสถ หลินมู่อวี่ก้าวเข้าไปและพูดเสียงแผ่วเบา “ออกมา!”
ทว่าอีกฝ่ายยังคงสั่นสะท้านและร้องขอชีวิต “อย่าฆ่าข้า…อย่าฆ่าข้า…”
หลินมู่อวี