ู่อวี่กล่าว “อีกไม่นานเมืองหลันเยี่ยนจะต้องกลับมาเป็นเหมือนเดิม ในตอนนี้พวกเจ้าจงหนีไปให้ไกลเท่าที่จะทำได้ กระทั่งได้ยินข่าวว่าเมืองฟื้นฟูแล้วค่อยกลับมา”
“ขอบพระคุณมากเจ้าค่ะ”
“รีบไป”
ขณะที่กลุ่มอพยพกำลังจากจากไป ชายชราถือไม้เท้าคนหนึ่งก็เอ่ยขึ้น “นายท่าน องค์หญิงฉินอินที่ท่านกำลังตามหา…ข้าไม่รู้จักนางหรอกขอรับ ทว่าก่อนหน้านี้มีทหารกลุ่มหนึ่งผ่านพวกเราไป หนึ่งในนั้นเป็นหญิงสาวดูอาจหาญต่างจากคนอื่น นางมีกู่ฉินติดตัวไปด้วย…”
“กู่ฉินหรือ?”
หลินมู่อวี่ชะงัก “นางไปทางไหน?”
“เข้าไปในป่าทางตะวันออกเมื่อไม่นานมานี้”
“ขอบคุณมาตาเฒ่า”
หลินมู่อวี่หันไปออกคำสั่งกับพวกเว่ยโฉว “เคลื่อนทัพเต็มกำลัง! เราต้องหาเสี่ยวอินให้เจอ!”
“ขอรับ!”
…
กลุ่มอพยพกว่าสองร้อยคนวิ่งตัดป่าไปอย่างทุลักทุเล อาณาเขตของเมืองหลันเยี่ยนนั้นกว้างเกินกว่าจะข้ามพ้นได้ในทันที ฉินอินเริ่มเหนื่อยหอบ…ทว่ายังถูกทหารจักรวรรดิอี้เหอจำนวนนับไม่ถ้วนไล่ตามอยู่
หญิงชราคนหนึ่งหันมาเห็นหลินมู่อวี่กับพรรคพวก “แย่แน่…ท่าไม่ดีแล้ว พวกปีศาจอี้เหอมันตามเรามาแล้ว!”
ทว่าทุกคนไปต่อกันไม่ไหวแล้ว ชายวัยกลางคนหนึ่งในนั้นจึงหยิบพลั่วขึ้นมา “สู้พวกเลย!”
“เออ! สู้กับพวกมัน!”
ขณะที่หลินมู่อวี่กำลังควบม้าเข้าใกล้ ชายถือพลั่วที่ดักอยู่ก็ฟาดพลั่วเข้าใจเจี๋ยดี่ทันที ทว่าเจี๋ยดี่เป็นม้าชั้นยอดจากป่านิรันดร์ มันกระโดดหลบการโจมตีได้ หลินมู่อวี่รีบหันมาปราม “ห