ิทธิ์ ท่านพี่ฉู่เหยาก็ไปกับเขาด้วย แต่…ข้าได้ยินมาว่าลั่วหลานชายผู้ขอบเขตเทวะได้ไปทางวิหาร ข้าเกรงว่า…”
“ท่านพี่ฉู่เหยาต้องปลอดภัยแน่…” ถึงหลินมู่อวี่ตอบเช่นนั้นทว่ากลับเป็นกังวลเสียเอง
ทันใดนั้นเว่ยโฉวก็เอ่ยขึ้น “ท่านแม่ทัพขอรับ มีคนจากจักรวรรดิอี้เหอกำลังมาทางนี้ เป็นกองทหารม้าราวหนึ่งพันนาย เราจะทำอย่างไรกันดีขอรับ? หากเราหนี ข้าเกรงว่าองค์หญิงอินกับคนอื่นๆ จะ…”
“เราจะไม่ไปไหนทั้งสิ้น!”
หลินมู่อวี่ตอบอย่างแน่วแน่ “ต่อให้ตายก็ต้องปกป้องทุกคนให้ได้ ถึงกระนั้นก็อย่าได้ประมาท เราจะสู้กับกองทัพพันคนซึ่งหน้าไม่ได้”
“ขอรับ!”
…
หลินมู่อวี่ขึ้นควบม้าและหันไปทางกองทัพอี้เหอ ผู้บัญชาการกองหมื่นคนหนึ่งเมื่อเห็นยศจากชุดของหลินมู่อวี่ก็รีบคำนับทันที “เป็นท่านแม่ทัพเองหรือขอรับ ข้าน้อยมีนามว่าติงซี่ เป็นผู้นำของทหารเมืองสายัณห์ ไม่ทราบว่าเหตุใดท่านจึงมาอยู่กับพวกจักรวรรดิต่ำตมนี้ได้เล่า?”
“อ้อ…แม่ทัพติงซี่นี่เอง”
หลินมู่อวี่ยิ้มตอบ “ตลอดหลายวันมานี้ข้ารบอย่างหนักหน่วงร่างกายจึงเหนื่อยล้า ข้ากำลังไล่ล่าพวกมันอยู่กระทั่งได้เจอกับแม่หญิงที่เล่นกู่ฉินคนนี้ หากไม่รังเกียจ…ก็มาฟังกับข้าสักเพลงสองเพลงสิ”
ติงซี่กวาดสายตามองกลุ่มคนเบื้องหน้าด้วยท่าทีประหลาดใจเล็กน้อย “ท่านแม่ทัพช่างตาถึงเสียจริง ตามคำสั่งท่านนายพลที่ให้ล้างบางทั้งเมือง หากท่านพึงใจแม่หญิงผู้นี้ ท่านพานางไปได้เลย ส่วนที่เหลือข้าจะจัดการ