งใจเต็มเปี่ยม
“เคลื่อนทัพเลยหรือไม่ขอรับท่านผู้บัญชาการ?” เว่ยโฉวถาม
หลินมู่อวี่พยักหน้า “อืม แต่คราวนี้…ข้าไม่รับปากว่าจะพาพวกเจ้ารอดกลับมาได้…”
เว่ยโฉวยิ้ม “วางใจเถิดขอรับ เราดูแลตัวเองได้”
“ดีมาก เช่นนั้นก็เคลื่อนทัพได้!”
“ขอรับ!”
กำแพงเมืองทางเหนือถูกระดมยิงอย่างหนักจากเครื่องยิงหินจนพังทลายเกือบหมด จางเหว่ยรีบกำกองกำลังเข้าซ่อมแซม ทันมดนั้นกองทัพองครักษ์ พลโล่ พลธนูและพลหอกก็ปรากฏตัวบนถนนกลางเมือง กององครักษ์ถูกสังหารไปกว่าหมื่นคนแล้วในช่วงหลายวันมานี้ ทว่าเฟิงจี้สิงก็สามารถรวมคนมีฝีมือเข้ามาเติมเต็มกองทัพจนครบสามหมื่นคนได้
“อาอวี่อยู่ที่นี่หรือไม่?” เฟิงจี้สิงถือดาบสะบั้นวาโยพลางควบม้าเดิน “ไอ้พวกทหารอาสาสามารถถล่มกำแพงเมืองเราได้รวดเร็วนัก บัดซบที่สุด! เดี๋ยวเราจะออกเดินทางกันแล้วเตรียมตัวให้พร้อม!”
หลินมู่อวี่หันมองทหารที่คอยคุ้มกันเมืองพลางเอ่ยขึ้น “ท่านพี่เฟิง ให้จางเหว่ยและทหารองครักษ์อีกพันนายคอยอยู่คุ้มกันเมืองเถิดขอรับ มิเช่นนั้นทางเสี่ยวอินจะมีคนอารักขาน้อยเกินไป…”
“เอาเช่นนั้นก็ได้”
เฟิงจี้สิงหันไปพูดกับจางเหว่ย “จางเหว่ย นำคนจากกองทัพไปและอยู่คุ้มกันเมือง!”
จางเหว่ยคำนับ “ขอรับท่านผู้บัญชาการ!”
“เปิดประตูเมืองโจมตี!”
ประตูเหล็กค่อยๆ เปิดขึ้น กองทัพองครักษ์สามหมื่นนายบุกทะลวงออกไปเผชิญหน้ากับทหารอาสาด้วยอาวุธในมือ ต่างโรมรันกันอย่างไม่เกรงกลัวแม้แต่น้อย
…
ขณะเดียวกั