ดังนั้นจึงต้องใช้เสบียงจากมณฑลชางหนานแทน เมื่อเดาจากความคิดพวกมันแล้ว อาหารและน้ำส่วนใหญ่ต้องนำมาจากเมืองฉิวเฟิ่งที่อยู่ไกลจากหลันเยี่ยนไปทางตะวันออกสามสิบไมล์อีกที หากเราเข้าเผาทำลายแหล่งเสบียงพวกมันได้ พวกมันคงเสียกำลังไปมากเช่นกัน”
ฉินอินกล่าว “ปัญหาคือเราจะเผาหญ้าและข้าวของเมืองฉิวเฟิ่งได้อย่างไร? ผู้บัญชาการเฟิงมีความคิดที่ดีกว่านี้หรือไม่?”
เฟิงจี้สิงยิ้ม “เราต้องลองพ่ะย่ะค่ะ หากได้รับการช่วยเหลือจากอาอวี่…รับรองว่าผลที่ได้คุ้มค่าแน่นอน”
หลินมู่อวี่หัวเราะอยู่ข้างๆ “ท่านพี่เฟิงกำลังจะบอกว่าให้ข้าช่วยจู่โจมเมืองทางตะวันออกใช่หรือไม่?”
“ใช่”
เฟิงจี้สิงกล่าว “ข้าได้ทำการตรวจตราสถานการณ์โดยรอบของทหารอาสาแล้ว พวกมันส่วนใหญ่ไปกระจุกอยู่บริเวณกำแพงฝั่งเหนือ ส่วนฝั่งตะวันออกของเมืองมีคนเฝ้าอยู่เพียงสามหมื่นคนเท่านั้น จากที่ข้าคิด…เราสามารถส่งทหารม้าของเราเข้าจู่โจมพวกมันกลางดึกได้”
“ไม่”
ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนแทรกขึ้น “ข้าเองก็ตรวจสอบมาแล้ว แม้ทางตะวันออกจะเห็นว่ามีเพียงสามหมื่นคน ทว่าในป่าในมีนกบินออกตลอดเวลา…เป็นไปได้ว่าจะมีการซุ่มโจมตีอยู่อีก ซึ่งต้องเป็นสิ่งที่หลงเซียนหลินวางแผนไว้แล้วเป็นแน่”
“ข้ารู้”
เฟิงจี้สิงหัวเราะ “ข้าจะนำทหารม้าหนึ่งหมื่นนายบุกทะลวงทางทิศตะวันออกเพื่อดึงดูดความสนใจ ส่วนเจ้า…ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยน นำทัพออกไปทางประตูฝั่งใต้แล้วตรงไปยังเมืองฉิวเฟิ่ง”
ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนหรี่ตา